ม่ใช่รถของเฉินชางก็จริง แต่เป็นรถที่เจิ้งกั๋วถานให้เฉินชางหลังจากเขาผ่าตัดให้ภรรยาของเจิ้งกั๋วถานเสร็จ อีกสองสามวันก็จะโอนแล้ว คืนนี้เขา…เขาดื่มหนักไปหน่อย หนูไปส่งเขาแล้วไม่มีที่จอดรถ เลยขับมาจอดที่บ้านเราค่ะ!”
ฉินเยว่เองก็จนคำพูดกับความคิดแปลกๆ ของพ่อแม่
หลังจากฟังจบเหล่าฉินกับจี้หรูอวิ๋นสบตากัน พลันอดถอนหายใจอย่างโล่งอกไม่ได้
จี้หรูอวิ๋นพูด “ฉันบอกแล้วว่าลูกสาวฉันไม่ใช่คนแบบนั้น คุณก็ไม่เชื่อ…”
ฉินเสี้ยวยวนกระแอมอย่างอึดอัด “ก็ผมเป็นห่วงไง”
ฉินเยว่มองบน “พ่อคะ แม่คะ นี่หนู…ยังไม่แต่งงานเลยนะ พ่อแม่ก็เข้าข้างเฉินชางแล้วเหรอ หนูแต่งงานไปจะขนาดไหน!”
ในหัวฉินเยว่จินตนาการถึงภาพหนึ่งโดยอัตโนมัติ ในอนาคตหลังจากเฉินชางทะเลาะกับเธอ ก็อยู่ที่บ้านพ่อแม่เธอไม่ไปไหน…
……
……
หลังจากเฉินชางกลับไปอาบน้ำเตรียมจะพักผ่อน จู่ๆ เสี่ยวหลินจากแผนกฉุกเฉินก็โทรมา
“หมอเฉินคะ รีบมาที่แผนกฉุกเฉินหน่อยค่ะ มีคนไข้ใส่ท่อช่วยหายใจไม่เข้า ตอนนี้ออกซิเจนในเลือดต่ำลงเรื่อยๆ แล้ว!”
เสียงของเสี่ยวหลินร้อนรนมาก
หลังจากเฉินชางได้ยินแล้วก็รีบพูดว่า “ได้ครับ ผมไปเดี๋ยวนี้เลย คุณโทรหาแผนกระบบทางเดินหายใจก่อน ดูว่าช่วยได้ไหม วันนี้ใครอยู่เวร”
เสี่ยวหลินพูด “วันนี้หมอสืออยู่เวรดึกค่ะ เธอจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ใส่ไปหลายครั้งก็ไม่สำเร็จ คนอื่นๆ ก็ลองใส่แล้ว แต่ก็ไม่เข้า ตอนนี้คนไข้หมดสติไปแล้วค่ะ…”
โชคดีที่ที่พักของเฉิน