ชางใกล้โรงพยาบาลมาก วิ่งไปแค่ไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว
เขาลงจากตึกแล้ววิ่งไปทางโรงพยาบาลอย่างเร่งรีบ
ตอนนี้จู่ๆ เฉินชางก็รู้สึกว่าโชคดีที่เมื่อครู่นี้ตนใช้ยาบำรุงพลัง ไม่อย่างนั้นเมาขนาดนี้ อย่าว่าแต่ใส่ท่อช่วยหายใจเลย ทำอะไรก็ไม่ได้ทั้งนั้น
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมหัวหน้าหลี่เป่าซานถึงไม่ดื่ม
นี่คือความรับผิดชอบอย่างหนึ่ง
เวลาที่เฉินชางใช้เดินทางไปถึงโรงพยาบาล ความจริงต่างจากเวลาในการประชุมแผนการรักษาฉุกเฉินไม่มาก
โดยทั่วไปแล้วหลังจากแผนกฉุกเฉินนัดประชุมแผนการรักษาด่วนกับแผนกอื่น แผนกอื่นจะต้องมาถึงภายในสิบนาที
และหลังจากเฉินชางวิ่งมาถึงโรงพยาบาล ก็ใช้เวลาประมาณห้าหกนาทีเท่านั้น
พอเฉินชางวิ่งหายใจหอบเข้ามา เสี่ยวหลินที่รออยู่หน้าประตูก็ยื่นเสื้อกาวน์ให้ หลังจากเฉินชางสวมเสร็จจึงเข้าไปในห้องฉุกเฉินทันที
เพิ่งเข้าไปก็ได้ยินสัญญาณเตือนของจอภาพคลื่นไฟฟ้าหัวใจดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เฉินชางได้ยินสัญญาณเตือนที่คุ้นเคยนี้ ก็อึ้งไปทันที!
เสียชีวิตแล้วเหรอ?!!
เขาเห็นชายวัยกลางคนคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียง อ้วนมาก!
คนไข้นอนราบอยู่ตรงนั้น มองไม่เห็นคางด้วยซ้ำ เนื้อตรงหน้าท้องก็เป็นห่วงใหญ่ น้ำหนักกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบกว่ากิโลกรัม
รูปร่างของชายวัยกลางคนไม่สูง เขานอนอยู่บนเตียงห้องฉุกเฉินโดยไม่รู้ชะตากรรม
เล่อเล่อยืนปั๊มหัวใจอยู่ข้างๆ อย่างต่อเนื่อง
ในขณะที่สือน่าคุกเข่าอยู่ตรงหัวเตียง เตรียมใส่ท่อช่วยหายใจ