เช่นนั้นก็สังหรณ์ใจไม่ดีเท่าไหร่ “เกรงว่าจะมีคนตายแล้ว”
“อะไรนะ?!” เจี่ยงโหย่วเซิงตกใจ
“เจ้าคิดว่านักสู้มือหนึ่งของเถ้าแก่ถังเป็นกันได้ง่าย ๆ งั้นเรอะ? มือคนแบบนั้นเปื้อนเลือดมาหมดแล้ว” พี่เป้าพูด “เปาต่าทิงไม่มีทางเอ่ยถึงชื่อคนผู้นี้โดยไร้สาเหตุ พวกนั้นคงคิดจะฆ่าคนแน่ ๆ แต่ไม่รู้ว่ามังกรตาเดียวจะลงมือเมื่อไหร่และใครคือเป้าหมายของเขา”
เจี่ยงโหย่วเซิงกลืนน้ำลาย “คงไม่ใช่…พวกเราหรอกนะ?”
“เจ้าเป็นแค่คนตัวเล็ก ๆ เรื่องแบบนี้มาไม่ถึงเจ้าหรอก” พี่เป้าเหลือบมองมาแล้วกล่าวว่า “มังกรตาเดียวลงมือเองคงไม่ใช่แค่การข่มขู่แล้ว ถ้าไม่ใช่การเผด็จศึกในคราเดียวก็คงเป็นการเก็บกวาด ถ้ารวมกับข่าวที่เปาต่าทิงส่งมาก่อนหน้านี้ กรณีที่ตรงกับของพวกเราก็คืออย่างแรก”
“แล้ว…แล้วจะทำอย่างไร?” เจี่ยงโหย่วเซิงย่อมทราบว่าเรื่องใหญ่เช่นนี้ ถ้าจะเกิดก็คงไม่ใช่กับตนเอง
เขารู้สึกกระวนกระวายใจอยู่บ้าง เพราะแม้ว่าเรื่องนี้จะไม่เกิดกับตนเอง แต่จะต้องส่งผลกระทบต่อตนเองแน่นอน
แค่คิดก็ทราบได้ คิดจะเผด็จศึกในคราเดียวย่อมเป็นการลงมือกับระดับหัวหน้าของฝ่ายตรงข้าม
หัวหน้าของพวกเขา หากไม่ใช่พี่เป้าก็เป็นจูต้าเหนียง ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคนทั้งสอง การค้าของพวกเขาคงดำเนินต่อไปไม่ได้แล้ว
เจี่ยงโหย่วเซิงกล่าวด้วยความร้อนใจ “พี่เป้า ช่วงนี้ท่านไปซ่อนตัวก่อนสักพักดีหรือไม่? ทางด้านจูต้าเหนียงก็ต้องส่งข่าวไปเหมือนกัน ท้องถิ่นทุรกันดารห่างไ