นเข้าโดยบังเอิญว่าสกุลอวี๋ได้สูตรชาดมาจากสกุลจู จึงได้รับการเหลียวแลจากเมืองหลวง เขาก็คงไม่ชายตาแลสกุลจูหรอก
แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่านอกจากสูตรชาดแล้ว สกุลจูยังมีสูตรอาหารอีกด้วย
“สกุลจูช่าง ‘มั่งมี’ เสียจริง!” เขาทอดถอนใจ ก่อนจะกล่าวว่า “ฝู่โถว พวกเราจะกอบโกยเงินได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับเรื่องนี้แล้ว เจ้าจะต้องช่วยข้าจัดการเรื่องนี้ให้หมดจดงดงามเชียวนะ”
“เถ้าแก่ ท่านวางใจเถอะขอรับ ขอแค่เป็นเรื่องที่ท่านสั่งการมา ผู้น้อยจะต้องจัดการให้เรียบร้อยแน่นอน ขั้นต่อไป…”
เถ้าแก่ถังมองมาแล้วเอ่ยว่า “เลี้ยงสวะมานานขนาดนี้ก็ต้องได้ใช้ประโยชน์บ้าง เจ้าจัดการตามเห็นสมควรเถอะ เอาเป็นว่า ข้าต้องการให้สกุลจูไม่เหลือโอกาสพลิกฟื้นได้อีก เข้าใจไหม?”
“ขอรับ เถ้าแก่”
กล่าวถึงตรงนี้ ฝู่โถวก็ไม่ลืมขอผู้ช่วยคนหนึ่งจากเถ้าแก่ถัง อย่างไรเสียเรื่องอย่างการไปเอาชีวิตคนก็ต้องมีใครสักคนไปทำ
เขาเป็นแค่คนวิ่งเต้นคนหนึ่งย่อมไม่มีความสามารถเช่นนั้น ต้องหาคนที่เชื่อใจได้สักคน
เถ้าแก่ถังได้ยินฝู่โถวบอกว่าต้องการยืมตัวผู้ช่วยสักคนก็ไม่ประหลาดใจแม้แต่น้อย เขามองมังกรตาเดียวเจียงซู่ที่ยืนนิ่งไม่พูดไม่จาอยู่ข้างกายตนเองมาแต่ต้น แล้วกล่าวว่า “ได้ เสี่ยวเจียง เจ้าไปสักรอบเถอะ”
“ขอรับ นายท่าน” คำเรียกหาของมังกรตาเดียวเจียงซู่ต่างจากคนอื่น เขาเรียกเถ้าแก่ถังว่า ‘นายท่าน’
ฝู่โถวเผยสีหน้าประหลาดใจระคนยินดี กล่าวอย่างซาบซึ้งใจว่า “เถ้า