คะหูแล้วกล่าวว่า “ด่าพอหรือยัง? ด่าจนพอใจแล้วก็ดื่มน้ำ พักสักหน่อย ข้างนอกจะมืดแล้ว เจ้าจะต้องลงไปนอนในโลงเสียที…”
“ท่านหมายความว่าอย่างไร?! ท่านจะให้ข้าไปนอนในโลง ท่านอยากทำให้ข้าตายเรอะ?” จูเอ้อร์เม่ยด่าคนไปยกหนึ่งแล้ว ความคับข้องใจได้ระบายออกมาจึงรู้สึกดีขึ้นบ้าง
เพิ่งระบายอารมณ์เสร็จก็มาได้ยินเย่อวี๋หรานพูดเช่นนั้น จูเอ้อร์เม่ยจึงแว้ดเสียงขึ้นมาอีก
เย่อวี๋หรานอธิบายว่า “ข้าหมายถึงตุ๊กตาฟางที่จะแต่งกายเลียนแบบเจ้า”
จูเอ้อร์เม่ยถลึงตา “ท่านจงใจแน่ ๆ ท่านอยากทำให้ข้าอกแตกตายใช่ไหม?”
“ข้าอยากอยู่หรอก แต่เจ้าก็ไม่ตายนี่?” เย่อวี๋หรานยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่านางเจตนาทำให้จูเอ้อร์เม่ยโมโห
ใครใช้ให้จูเอ้อร์เม่ยปากจัดแบบนั้นเล่า นางพยายามช่วยเหลือแท้ ๆ ก็ยังมาด่าคน นางก็เป็นคนที่มีความรู้สึกเหมือนกันนะ?
เย่อวี๋หรานไม่คิดว่าตนเองทำเกินไป
“ท่าน!”
จูเอ้อร์เม่ยไม่รู้ว่าวันนี้นางถูกเย่อวี๋หรานทำให้โมโหมากี่ครั้งแล้ว รู้สึกเหมือนนางเอาความโมโหในชั่วชีวิตนี้มาใช้กับวันนี้ไปจนหมด
“โมโหพอแล้วหรือยัง โมโหเสร็จแล้วก็ควรเคารพผลการเดิมพันแล้วกระมัง?” เย่อวี๋หรานกล่าว “ตอนแรกพวกเราตกลงกันแล้วนะว่าถ้าเจ้าแพ้ เจ้าต้องฟังข้า”
“ใครว่าข้าโมโหเสร็จแล้ว?”
เย่อวี๋หรานมองจูเอ้อร์เม่ยที่ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแต่ยังทำท่าโมโหฮึดฮัดราวกับสาวน้อยแรกรุ่นก็รู้สึกระคายสายตาอยู่บ้าง
แต่เห็นแก่ศักดิ์ศรีของอีกฝ่าย นางจึ