วก็คงไม่ยอมหยุด!”
ฉินเยว่กับจี้หรูอวิ๋นสบตากันแวบหนึ่ง แล้วก็หัวเราะลั่นพร้อมกันทั้งที
ฉินเสี้ยวยวนเองก็อดถอนหายใจไม่ได้เช่นกัน “เฮ้อ…ลูกสาวคนนี้ รีบไปเถอะ เมื่อกี้พ่อยังอยากรั้งไว้อยู่เลย ถ้ารั้งไว้ต่อไป พ่อกับแม่คงต้องถูกลูกขายแน่!…
…เจ้าเด็กคนนี้ ร้ายจริงๆ! คนอื่นเขามีแต่หาของเข้าบ้าน แต่ลูกย้ายของออกจากบ้านทุกวัน…
…บอกว่าตัวเองไม่ใช่เสื้อผ้าฝ้ายสีดำอีก…”
ฉินเยว่หัวเราะคิกคัก “เร็วๆ สิคะพ่อ เปิดคลังสมบัติน้อยๆ ของพ่อออกมา ห้หนูยืมเหล้าขวดสองขวดนะคะ พ่อปรับตำแหน่งให้หนูแล้ว ฐานเงินเดือนบวกกับโบนัสจะไปพอซื้อเหล้าดีๆ ที่ไหนกันคะ!”
เหล่าฉินได้ยินแล้วถอนหายใจ หมดกัน! โทษฉันอีกแล้ว…
เหล่าฉินลุกขึ้นยืน ไปหยิบเหล้าเหมาไถสองขวดมาจากตู้ในห้องหนังสือ “เฮ้อ…ขนาดพ่อยังทำใจดื่มไม่ลงเลย…”
ฉินเยว่มายืนข้างๆ เขา เธอมองขวดเหล้าอย่างตื่นเต้น แม้จะไม่มีความรู้เรื่องเหล้า แต่ก็ยังรู้ว่าเหล้าเหมาไถมีชื่อเสียงโด่งดัง
พอนึกถึงท่าทางดีใจของพ่อเฉินชาง ฉินเยว่ก็อดยิ้มไม่ได้
ที่จริงเหล่าฉินไม่ได้ปวดใจกับการเสียเหล้าเลยสักนิด ขนาดลูกสาวยังไปกับคนอื่นแล้ว นับประสาอะไรกับเหล้าแค่ไม่กี่ขวด
ขอเพียงเสี่ยวเฉินดีกับเย่วเยว่ อย่าว่าแต่เหล้าสองขวดนี้เลย ต่อให้ต้องซื้อบ้านซื้อรถให้ เหล่าฉินก็จะไม่ปริปากบ่นสักคำ
นอกจากนี้ เสี่ยวเฉินก็ดูหน้าตาไม่ใช่คนเลวด้วย
เขาทำงานที่โรงพยาบาลมานาน ได้เห็นน้ำใจอันแท้จริงของมนุษย์มามา