พ่อนะ ถ้าหนูไปแบบนี้ บ้านเขาจะมองเรายังไงล่ะ…”
พอจี้หรูอวิ๋นได้ยินคำพูดหัวโบราณของฉินเสี้ยวยวนก็อดพูดไม่ได้ว่า “พอแล้วค่ะ เหล่าฉิน นี่มันยุคไหนแล้ว”
ฉินเสี้ยวยวนมองภรรยาตัวเอง “นี่…จู่ๆ ไปเข้าบ้านเขาแบบนี้ บ้านฝ่ายชายจะไม่ดูถูกเหรอ เมื่อก่อนคุณก็พูดกับผมแบบนี้นะ!”
จี้หรูอวิ๋นกลอกตา “พอแล้ว ความคิดหัวโบราณของคุณล้าสมัยไปนานแล้ว ใครบอกว่าผู้หญิงเข้าบ้านฝ่ายชายแล้วจะโดนดูถูก ใครจะมาดูถูกลูกสาวเราได้คะ!”
ฉินเยว่ยืดอกส่ายหน้า “ใช่ค่ะ หนูเคารพผู้อาวุโส จะโดนดูถูกได้ยังไงกัน”
ฉินเสี้ยวยวนมองจี้หรูอวิ๋น “ตอนนั้นที่ผมพาคุณไปบ้าน คุณก็บอกผมแบบนี้ไม่ใช่เหรอ”
จี้หรูอวิ๋นยิ้มเขินๆ “ยุคสมัยไม่เหมือนกัน แล้วอีกอย่าง คุณกับเสี่ยวเฉินก็ไม่เหมือนกัน ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วค่ะ ตอนนี้ไม่มีใครพูดแบบนั้นแล้ว!”
เหล่าฉินได้ยินแบบนี้แล้วรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม
ทำไมไม่ว่าเรื่องอะไร พอไปเทียบกับเฉินชางก็กลายเป็นไม่เหมือนกันแล้ว
แบบนี้สองมาตรฐานเกินไปแล้ว!
ฉินเสี้ยวยวนเห็นว่าตัวเองไม่มีโอกาสเถียงชนะ แต่ก็ยังอดพูดกับจี้หรูอวิ๋นไม่ได้ “คุณมานี่ มาคุยกับผมสักหน่อย”
พอพูดจบก็เดินไปที่ห้องนอน
จี้หรูอวิ๋นมองฉินเยว่แวบหนึ่ง “ไม่ต้องห่วงลูก แม่จะโน้มน้าวพ่อเอง”
ฉินเยว่โบกกำปั้นสื่อว่าสู้ๆ!
จี้หรูอวิ๋นมาถึงห้องนอนแล้วปิดประตู “เป็นอะไรไปคะเหล่าฉิน”
ฉินเสี้ยวยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถอนหายใจ “ที่รัก คุณต้องคุยกับเ