สึกอยู่นานมาก แต่…ก็ยังร้องไห้ไม่ออกอยู่ดี
เหอทงมองหวังเซี่ยงจวินที่กำลังพยายามแสดงออกทางสีหน้า มุมปากกระตุกทันที ขี้เหร่จริงๆ!
หลังจากผ่านไปนานจนทุกคนทยอยกันนั่งลงหมดแล้ว
หวังเซี่ยงจวินก็ถอนหายใจยาวเฮือกหนึ่งแล้วพูดเข้าประเด็นเลย “เฮ้อ…เหล่าหลี่ครับ!”
ประโยคนี้ฟังดูเปี่ยมด้วยน้ำใสใจจริง ทำให้หลี่เป่าซานงงงวยทันที “หัวหน้าหวัง…คุณเป็นอะไรไป”
หวังเซี่ยงจวินสูดหายใจลึกเฮือกหนึ่ง “ช่วงนี้เหนื่อยมาก ทั้งสัปดาห์ผมนอนไม่ถึงสี่สิบชั่วโมง เมื่อคืนก็ตีสองกว่าจะได้นอน งานยุ่งเกินไปแล้ว!”
หลี่เป่าซานเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง พอนึกถึงแผนกฉุกเฉินโรงพยาบาลตงต้าของหวังเซี่ยงจวิน ก็พยักหน้าอย่างเกรงใจเล็กน้อย “ใช่แล้ว แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลตงต้ารับหน้าที่หนักจริงๆ หัวหน้าหวังลำบากแล้ว”
พอเห็นว่าทำแบบนี้ได้ผล หวังเซี่ยงจวินก็ตาแดงทันที “ผมไม่กลัวลำบากหรอก ไม่กลัวเหนื่อยด้วย นี่คือคุณสมบัติพื้นฐานที่บุคลากรแผนกฉุกเฉินควรจะมี คุณว่าถูกไหมครับ เหล่าหลี่!”
“ไม่ผิดหรอก” หลี่เป่าซานพยักหน้า
หวังเซี่ยงจวินพูดต่อ “แต่พูดตามตรงนะ หมอแผนกฉุกเฉินก็ต้องฝึกฝนแบบนี้ นึกถึงพวกเราตอนนั้นเลย วันหนึ่งผ่าตัดตั้งหลายเคส ถูกไหมล่ะ ถ้าไม่มีผู้ป่วย ไม่มีการรักษาฉุกเฉิน ไม่มีเคสผู้ป่วย แล้วเราจะพัฒนาตัวเองได้ยังไงล่ะ คุณว่าไหมเหล่าหลี่”
หลี่เป่าซานเห็นด้วยอย่างลึกซึ้ง “ใช่แล้ว สมัยพวกเราน่ะ มีแผนกฉุกเฉินเยอะขนาดนี้ที่ไหนกัน