ึกเฮือกหนึ่ง แล้วบอกว่า “วันนี้ผมมีเรื่องที่สำคัญกว่าต้องทำ!”
ทุกคนอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะตอบว่า “ก็ได้ครับ!”
…
…
วันนี้ฉางหงเหล่ยเข้าร่วมรายงานทางวิชาการ แต่ไหนแต่ไรมาวันเสาร์ก็เป็นวันที่ยุ่งมากสำหรับเธอ แต่ตอนที่เธอเห็นโทรศัพท์สายนี้ เธอก็ลุกขึ้นดูแล้วรีบวิ่งออกไป
“ผู้อำนวยการหวัง มีอะไรคะ”
หวังอวี้ซานกับฉางหงเหล่ยนับว่าติดต่อกันเยอะที่สุด
ตามกาลเวลาที่ผ่านไป อวี้ซานก็กลายเป็นผู้อำนวยการหวังแล้วเช่นกัน
หงเหล่ยเองก็ถูกเรียกว่าหัวหน้าแผนกฉาง
พอได้ยินอีกฝ่ายตอบกลับอย่างนี้ หวังอวี้ซานก็รู้แล้วว่าเธอคงยังไม่รู้
หวังอวี้ซานถอนหายใจ “หงเหล่ย เธอดูวีแชทของตัวเองหน่อย เสี่ยวเฉินได้ส่งข้อความให้เธอหรือเปล่า”
ฉางหงเหล่ยอึ้งไปก่อน อีกฝ่ายเหมือนจะไม่ได้เรียกเธออย่างนี้มานานแล้ว
เธอดูวีแชทอย่างกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย หลังจากเห็นแล้ว เธอก็ตะลึงเล็กน้อย ก่อนจะถามหวังอวี้ซานที่ยืนอยู่ตรงหน้าว่า “อวี้ซาน…เป็นเรื่องจริงเหรอ”
“ฉันจองตั๋วเครื่องบินแล้ว พรุ่งนี้บ่ายสามถึงเมืองอันหยาง เป็น…ศิษย์น้องหญิงบอกฉันมาเหมือนกัน” หวังอวี้ซานกล่าว
ฉางหงเหล่ยยังไม่ทันได้พูดอะไร ก็เห็นกู้หงเหมยโทรมาแล้ว
เธอตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า “ฉันจะจองตั๋วเครื่องบินเดี๋ยวนี้!”
หลังจากวางหูโทรศัพท์ เธอก็รับสายของกู้หงเหมยทันที “หงเหมย ฉันเห็นแล้ว…ศิษย์พี่ของเธอโทรมาบอกฉัน”
ทีแรกกู้หงเหมยอึ้งก่อน แล้วบอกว่า “ศิษย์พี่หญิง ฉันจองบัตรให้พี่