พยาบาลพวกเราก็ไปร้องเรียนได้เลยครับ ต้องการทราบเบอร์โทรศัพท์สำหรับร้องเรียนไหมครับ”
ชายคนนั้นมองเฉินชางแล้วหัวเราะอย่างเย้ยหยัน “เหอะ!”
เฉินชางชะงักไป
Fu*k แม่มันเถอะ!
หน้าด้านจริงๆ
“คุณมีค่าพอมาพูดกับผมหรือไง” ชายคนนั้นหัวเราะ “พวกคุณรอก่อนเถอะ เดี๋ยวผมจะไปคุยกับผู้อำนวยการของพวกคุณ”
จากนั้นก็หันไปชี้หน้าเสี่ยวหลิน “พยาบาลน้อยคนเดียวกับหมอน้อยคนเดียว แล้วก็พวกยาม…เหอะ! น่าหัวเราะจริงๆ!”
เฉินชางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา “ถ้าคุณยังส่งเสียงดังอยู่ที่นี่อีกผมจะแจ้งตำรวจแล้วนะครับ!”
ชายคนนั้นชะงักไป “แจ้งตำรวจ? ก็เอาสิ! ผมจะรอดูว่าจะจับผมได้หรือเปล่า ผมจ่ายภาษีให้เมืองตงหยางไปเยอะมาก!”
ตอนนี้เองจู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น “ใครตามหาผมหรือ”
ทุกคนมองไปทางต้นเสียง เห็นฉินเสี้ยวหยวนเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม เมื่อครู่เขาก็ยืนฟังอยู่ตรงประตูเช่นกัน
“คุณหาผมมีอะไรหรือเปล่าครับ” ฉินเสี้ยวหยวนหน้าดำคร่ำเครียด มองชายคนนั้นโดยไม่เกรงใจแม้แต่น้อย
จูเซวียนเหวินชะงักไป “คุณเป็นใคร”
ฉินเสี้ยวหยวน “ผมเป็นผู้อำนวยการของที่นี่ครับ”
จูเซวียนเหวินได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าอ่อนลง เขากลอกตาแล้วพูดขึ้นว่า “ผู้อำนวยการ ไปเดินคุยกันเถอะครับ”
ฉินเสี้ยวหยวนกล่าวโดยไม่เกรงใจเลยสักนิด “มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะครับ พวกเราเป็นแค่คนที่ทำอาชีพที่จะมีหรือไม่มีก็ได้ เป็นแค่งานไร้ประโยชน์ อย่าเสียเวลาคุณเลย รีบพูดมาเถอะ พูดจ