ีแดงสดขึ้นมาพับหนึ่ง บอกว่าจะเอาผ้าพับนี้
“พับละสองตำลึง เจ้ามีเงิน?” เย่อวี๋หรานถาม
“ข้า…” จูเอ้อร์เม่ยสะอึก “ข้าไม่มี แต่ท่านมีนี่นา? ก่อนจะมาพวกเราก็คุยกันแล้วว่าท่านจะซื้อผ้าสำหรับตัดชุดใหม่ให้ข้า ข้าไม่ต้องจ่ายเอง”
“ถ้าไม่เอาผ้าขาวก็ไม่ต้องพูดกันอีก เลือกเอา” เย่อวี๋หรานคร้านจะพูดมากจึงให้อีกฝ่ายเลือกเดี๋ยวนั้น “ข้าเตือนเจ้าก่อนนะว่าอย่าได้คืบจะเอาศอก ไม่อย่างนั้นก็กลับไปมือเปล่า”
จูเอ้อร์เม่ยชักจะโมโห “พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านจะขี้เหนียวเกินไปแล้วกระมัง? แม้แต่เรือนหลังใหม่ท่านก็สร้างแล้ว แค่จะซื้อผ้าดี ๆ ให้ข้าหน่อยก็ไม่ได้?”
“ไม่ได้!” เย่อวี๋หรานปฏิเสธอย่างเด็ดขาด “ข้าเองยังตัดใจใส่ไม่ลง ทำไมจะต้องซื้อให้เจ้า? หยุดพูดไร้สาระ รีบตัดสินใจ”
จูเอ้อร์เม่ยคว้าผ้าขาวหนึ่งพับขึ้นมากอดไว้อย่างไม่สบอารมณ์แต่ก็ไม่วายบ่น “ก็ได้ เอาอันนี้ จะซื้อผ้าขาวอยู่แล้ว ยังจะเรียกข้ามาด้วยทำไม? ท่านซื้อกลับไปเองก็ได้นี่? มาเสียเที่ยวแท้ ๆ…”
เย่อวี๋หรานจ่ายเงินพลางตอบว่า “โลภมากไม่รู้จักพอ ไม่น่าบอกว่าจะซื้อผ้าตัดชุดใหม่ให้เจ้าเลย มาตัวเปล่าแล้วยังจะพูดมากเรื่อง”
“หมายความว่าอย่างไร?”
“หมายความว่า ถ้ารู้แต่แรก ข้าคงไม่พูดว่าจะตัดชุดใหม่ให้เจ้าแล้ว”
จูเอ้อร์เม่ยกอดผ้าขาวในอ้อมแขนแน่นกว่าเดิม แล้วเร่งให้เย่อวี๋หรานรับเงินทอน เพราะกลัวอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ
ถึงนางจะไม่ชอบผ้าขาว แต่ถ้าไม่เอาผ้าขาวก็ไม่เหลืออะไรแล