้ว ให้ซื้อเองคงตัดใจซื้อไม่ลง อีกอย่าง หลานสาวคนนั้นของนางย้อมผ้าเป็นไม่ใช่หรือ? เดี๋ยวค่อยเอาไปให้นางย้อมให้ก็ได้
ออกมาจากร้านขายผ้า เย่อวี๋หรานยังพาทุกคนแวะไปที่แผงขายอาหารเพื่อรับประทานก๋วยเตี๋ยวเส้นมันเทศ
ระหว่างกิน จูเอ้อร์เม่ยยังมีสีหน้าเดียดฉันท์ “ก๋วยเตี๋ยวเส้นมันเทศที่เรือนก็มี ทำไมต้องถ่อมากินถึงที่นี่? กลับไปกินที่เรือนก็ได้เหมือนกันนี่นา? จะอุดหนุนการค้าของตัวเองก็ไม่เห็นต้องทำแบบนี้…”
คนพูดเช่นนี้ก็คือนาง คนกินเยอะที่สุดก็คือนาง ทั้งยังให้คนตักเนื้อตุ๋นพะโล้เพิ่มให้ตัวเองอีกหนึ่งชิ้น ลอยหน้าลอยตาพูดว่า กิจการของครอบครัว การค้าที่ไม่มีต้นทุนแบบนี้ ทำไมจะกินไม่ได้?
เด็กหนุ่มที่รับผิดชอบดูแลแผงร้านออกจะไม่เต็มใจ
เจี่ยงโหย่วเซิงรีบวิ่งเข้ามากระซิบว่า “น้องสาวแท้ ๆ ของสามีจูต้าเหนียง อดทนหน่อย ถึงอย่างไรก็มาแค่ครั้งสองครั้ง ไม่ได้มาบ่อย ๆ”
บอกให้คนผู้นั้นคีบมาหนึ่งชิ้นแล้วนำไปส่งให้ด้วยตนเอง
จูเอ้อร์เม่ยมองใบหน้ายิ้มแย้มของเจี่ยงโหย่วเซิงแล้วรู้สึกรื่นหูรื่นตา นางยิ้มชมเชยว่าเขาหน้าตาไม่เลว เป็นเด็กหนุ่มที่มีชีวิตชีวาคนหนึ่ง
“ยังไม่แต่งงานกระมัง? คราวหน้ามาที่เรือนอีก เดี๋ยวจะให้จูต้าเหนียงของเจ้าช่วยแนะนำเด็กสาวหน้าตาสะสวยให้เจ้า!” ไม่พูดกับเย่อวี๋หรานสักคำก็หางานมาให้คนเขาเสียแล้ว
เจี่ยงโหย่วเซิงเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันดีจึงไม่ถือเป็นจริงเป็นจัง เพียงแค่ยิ้มรับเท่านั้น
เขา