่นไปทั้งตัว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสเวตเตอร์อุ่น หรือเป็นเฉินชางที่อุ่น
ตอนนี้เธอได้รู้ข้อดีของการ ‘ขายพ่อเพื่อเอาหน้า’ แล้ว!
ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่ลืมว่าวันหน้าต้องแอบไปซื้อเสื้อให้พ่อใหม่ตัวหนึ่งด้วย
ช่างเถอะ นี่คงไม่นับว่าเป็นการขายพ่อเพื่อเอาหน้าหรอก!
ไม่นับ!
คิดแล้วฉินเยว่ก็จับมือเฉินชางแล้วพูดว่า “ไปเถอะค่ะ ไปกินข้าวกัน! เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง!”
เฉินชางพยักหน้ายิ้มๆ แล้วเดินตามฉินเยว่ออกไปจากห้องเวร
……
……
วันนี้เหล่าฉินค่อนข้างอารมณ์ดีทีเดียว เพราะเรื่องของเฉินชางนับเป็นเรื่องดีสำหรับเขาและโรงพยาบาล พรุ่งนี้เขาจะโฆษณาให้ดังไปเลย เมื่ออยู่ในสังคมและสภาพแวดล้อมอันตึงเครียด เรื่องดีๆ ที่เต็มไปด้วยพลังบวกอย่างนี้เหมาะจะนำไปโฆษณาพอดี
เหล่าฉินคิดแล้วก็ยิ่งพอใจในตัวเฉินชาง
เมื่อรับประทานอาหารกับนักข่าวเรียบร้อย ฉินเสี้ยวหยวนก็เดินนำทุกคนออกมาจากร้านอาหาร เขามองหลี่เป่าซานแล้วพูดขึ้น “เป่าซาน วันนี้ลำบากคุณแล้วนะครับ!”
หลี่เป่าซานยิ้ม “ผู้อำนวยการฉิน เรื่องวันนี้เป็นผลงานของเสี่ยวเฉินนะครับ ผมไม่กล้ารับหรอก อีกอย่าง ผมว่าให้ทางโรงพยาบาลเชิดชูเฉินชางหน่อยก็ดีนะครับ เพราะยังไงเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องดี เป็นตัวอย่างในเชิงบวกได้เลย”
ฉินเสี้ยวหยวนพยักหน้า ถูกต้องตามนั้น!
“ครับ คุณพูดถูกแล้ว พรุ่งนี้ผมจะไปคุยกับฝ่ายกิจการแพทย์ให้พวกเขายกย่องชมเชยเฉินชางสักหน่อย!”
ขณะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของหลี่เป่าซ