เฝ่ยไป๋ลู่ขมวดคิ้วแน่น
เธอปิดตาให้หวังซิน และใช้ผ้าปิดแผลและเลือดที่ไหลบนร่างของหวังซิน จากนั้นก็เดินออกไปบอกเรื่องนี้กับคนอื่น ๆ
“หวังซินตายแล้ว”
ผู้จัดการส่วนตัวที่โดนเจี่ยนต๋าเช่าจับตัวไว้ได้ยินดังนั้นก็พลันตัวสั่น ทำสีหน้าไร้ชีวิตชีวาเสมือนคนสูญเสียพ่อแม่
นี่คือต้นไม้ทำเงินของเขา เธอตายแล้ว ใครจะหาเงินให้เขา?
ผู้จัดการส่วนตัวปิดหน้าร้องไห้ “โอ๊ย ทำไมเธอถึงตายล่ะ ฉันรู้ตั้งแต่แรกว่าผลลัพธ์จะร้ายแรง ฉันควรจะห้ามเธอ…”
เฝ่ยไป๋ลู่ได้ยินดังนั้น เธอมองไปเวินสือเหนียนกับอีกคน “เมื่อกี้คุณเห็นคนสวมชุดดำไหมคะ?”
เจี่ยนต๋าเช่าทำหน้างง “ชุดดำ? ไม่มีนะ ชั้นนี้ไม่มีใครมาเลย”
“อ้อ เข้าใจแล้ว” เหมือนว่าคนสวมชุดดำคนนั้นจะเป็นคนลงมือสินะ… แต่เฝ่ยไป๋ลู่กล่าวเพียงว่า “พวกเราไปกันเถอะ”
เธอไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าดวงตาของเวินสือเหนียนมืดมัวลงชั่วครู่
เขาเห็นคนที่เฝ่ยไป๋ลู่พูดถึง ชายชุดดำผู้นั้นเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนดี ทั้งยังดูมีเล่ห์เหลี่ยม การตายของหวังซินต้องเกี่ยวข้องกับเขาแน่
แต่ในเมื่อเฝ่ยไป๋ลู่ไม่พูด เขาเองก็ไม่อยากซักไซ้ไล่เลียงอะไร
ระหว่างทางไปภัตตาคารจื๋อติ่ง เวินสือเหนียนหลับตาพักผ่อน นิ้วโป้งนับลูกประคำอย่างสบายใจ จังหวะสม่ำเสมอ
แต่จู่ ๆ เขาก็หยุดมือลง เมื่อนับลูกประคำขาดไปหนึ่งเม็ด
เขาลืมตาขึ้น สบดวงตาสีดำสนิทของเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยสีหน้าเศร้าเล็กน้อย “คุณมองผมทำไมครับ?”
เวินสือเหนียนหน้าตาหล่อเห