ยความหลงตัวเอง “ฉันเห็นเธออยู่ที่นี่เลยอยากมาทักทายนิดหน่อย ได้ยินเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยบอกว่าเธอเป็นเน็ตไอดอลหาเงินได้เยอะมาก ตอนแรกฉันยังไม่เชื่อ แต่พอมาเห็นกับตาว่าเธอซื้อของจากภัตตาคารจื๋อติ่งได้ แสดงว่าชีวิตคงดีขึ้นมากจริง ๆ”
เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้มไม่ถึงตา แม้น้ำเสียงอ่อนโยนแต่คำพูดกลับคมเหมือนมีหนาม “ก็ไม่เลวนะ อย่างน้อยก็ดีกว่าคุณ”
ควงเหวินฟู่อึ้งไปชั่วขณะ เขาไม่ได้คิดอะไรพร้อมตอกกลับทันที “ฉันว่าชีวิตตัวเองดีกว่าเธอนะ ฉันเปิดฟิตเนสได้เอง หาเงินได้เอง ไม่เหมือนเธอที่ได้เงินมาจากการโดเนตของคนอื่น”
เฝ่ยไป๋ลู่เป็นเน็ตไอดอล ถ้ากล่าวอีกอย่างก็คือนักขอทานออนไลน์
ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้เพื่อหาเงินให้พ่อแม่บุญธรรม เธอถึงกับขายความน่าสงสารและความเซ็กซี่บนโลกออนไลน์ทุกวัน อ้อนวอนราวกับขอทานที่อาศัยการบริจาคของคนอื่น
ในดวงตาของเขามีแววเย้ยหยันวาบผ่าน
“อีกสามวันฟิตเนสก็ใกล้จะล้มละลายแล้วนี่ คุณเจ้าของที่กำลังแบกหนี้เป็นล้าน!” เฝ่ยไป๋ลู่หัวเราะเบา ๆ เดินอ้อมเขาไปหยิบเครื่องดื่มมาหลายขวด
ควงเหวินฟู่อึ้งไป “เธอรู้ได้ยังไง?”
หลังจากเห็นเฝ่ยไป๋ลู่ไม่สนใจ เขาเดินตามไปพร้อมกับรอยยิ้มที่ตัวเองคิดว่าหล่อเหลาที่สุด เพราะเมื่อก่อนเฝ่ยไป๋ลู่ชอบรอยยิ้มแบบนี้
“แอบตามข่าวฉันตลอดเลยสินะ ถึงได้รู้เรื่องของฉันไปหมด”
“ในเมื่อเธอรู้เรื่องความลำบากของฉัน งั้นฉันขอพูดตรง ๆ เลยแล้วกัน ฉันไม่อยากให้ฟิตเนสเจ๊ง เธอได้เงิน