เธอรู้สึกเหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังโกรธ
เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นอารมณ์ที่แสดงชัดเจนแบบนี้ในตัวเขา
แต่ก่อนเขาดูไม่มีชีวิตชีวา
ทว่าตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว
เจี่ยนต๋าเช่ารออยู่ในห้องส่วนตัวอีกห้อง จามออกมาเสียงดัง
เขาขยี้จมูก “ทำไมถึงรู้สึกถึงลางไม่ดีนะ”
ในห้องส่วนตัวไม่มีเครื่องดื่ม เฝ่ยไป๋ลู่จึงเดินไปที่ห้องโถงกลาง ทว่าขณะกำลังเลือกเครื่องดื่มอยู่ ชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามา ตบบ่าเฝ่ยไป๋ลู่ราวกับสนิทสนม “ไป๋ลู่ เธอคือไป๋ลู่จริง ๆ ด้วย! ฉันคิดว่ามองผิดไปเสียอีก”
เฝ่ยไป๋ลู่หลบมือเขา ถามด้วยสีหน้าเฉยชาไม่เปลี่ยน “คุณเป็นใครคะ?”
“เธอจำฉันไม่ได้แล้วเหรอ?” สีหน้าของชายหนุ่มพลันแข็งทื่อ
กระทั่งนึกอะไรขึ้นได้สีหน้าเขาจึงผ่อนคลายลง มุมปากมีรอยยิ้มบาง ๆ แฝงความสุภาพ “หรือว่าเธอยังโกรธฉันอยู่ เลยอยากแกล้งทำเป็นจำไม่ได้ ผ่านไปหลายปีขนาดนี้ แต่เธอคงจะยังแค้นเรื่องสมัยก่อนอยู่สินะ”
เขาส่งสายตาอาลัยให้เฝ่ยไป๋ลู่ “ช่วงก่อนตอนกลับเมืองจีน ฉันอยากเจอเธอตลอดเลยนะ”
เฝ่ยไป๋ลู่ “…”
เหมือนว่าเขาจะรู้จักเจ้าของร่างเดิม
ทว่าพอเธอทบทวนความทรงจำของเจ้าของร่าง ค้นหาเท่าไหร่ก็จำไม่ได้ว่าเขาเป็นใคร แสดงว่าคงไม่น่าใช่คนสำคัญ
เฝ่ยไป๋ลู่เผยยิ้มเย็นชาตรงมุมปาก “คุณมีธุระอะไรคะ?”
“ตอนนี้ที่เธอเย็นชากับฉันก็สมควรแล้ว เรื่องเมื่อก่อนเป็นความผิดของฉันเอง” ยิ่งเย็นชายิ่งแสดงว่าใส่ใจ
ควงเหวินฟู่ไม่ได้โกรธ รอยยิ้มบนมุมปากกว้างขึ้น แฝงไปด้ว