ปเงียบ ๆ
เฮอะ! เรื่องครอบครัวพวกข้าเกี่ยวอะไรกับเจ้า?
แม้ในใจจะรู้สึกแย่ แต่ก็ไม่ยอมให้ใครเห็น
อีกด้านหนึ่ง เย่อวี๋หรานเชิญเจี่ยงโหย่วเซิงเข้าไปในเรือน แล้วเทน้ำชาให้เขา
“จูต้าเหนียง ท่านไม่ต้องวุ่นวายแล้ว ฟังข้าก่อน พี่เป้า…”
ไม่รอให้เจี่ยงโหย่วเซิงพูด เย่อวี๋หรานก็ยกมือห้ามเขา “เจ้าไม่ต้องรีบ เจ้าจะพูดเรื่องสามีของเอ้อร์เม่ยใช่ไหม?”
“ขอรับ” เจี่ยงโหย่วเซิงงุนงง ทำไมจูต้าเหนียงไม่ร้อนใจเลยเล่า?
“รอเจ้าสี่กับเจ้าห้ามาก่อนค่อยพูด” เย่อวี๋หรานกล่าว
เจี่ยงโหย่วเซิงยิ่งประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม “หา? ทำไมต้องรอให้พวกเขามาก่อนค่อยพูด จูต้าเหนียง นี่เป็นเรื่องใหญ่นะ คนของบ่อนพนันอี้ซิง…”
“เรื่องนี้ข้าให้ลูกชายสองคนเป็นคนรับผิดชอบ ย่อมต้องพูดให้พวกเขาฟัง เจ้ามาบอกข้าก็ไม่มีประโยชน์”
เจี่ยงโหย่วเซิงตกใจ “จูต้าเหนียง นี่เป็นเรื่องที่มีชีวิตคนเป็นเดิมพันเชียวนะ ท่าน…ทำไมท่านทำอย่างนี้?!”
“รีบทำไม คนก็ยังไม่ได้เป็นอะไรเลยนี่?” เย่อวี๋หรานบอกให้เขานั่งลง ไม่ต้องรีบร้อน นางกล่าวเนิบช้าว่า “เรื่องนี้ใช่ว่าจะจัดการได้ในวันสองวัน ต้องค่อยเป็นค่อยไป เจ้าร้อนใจไปก็ไม่มีประโยชน์ อีกอย่าง คนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ยังไม่มา เจ้าพูดไปก็เท่านั้น”
เอาเถอะ เจี่ยงโหย่วเซิงนับว่ายอมใจแล้ว สมกับที่เป็นคนทำการใหญ่จริง ๆ มาถึงช่วงคับขันแบบนี้แล้วยังไม่ร้อนใจอีก?!
เขาคิดว่าพี่เป้าควรจะเรียนรู้จากจูต้าเหนียงให้มาก
ขณะคิด