บคราวก่อนได้ความแล้ว”
อย่าว่าแต่เย่อวี๋หรานยังไม่เข้าใจว่านี่เป็นเรื่องราวใด แม้แต่จูปาเม่ย หลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยก็ไม่เข้าใจเช่นกัน
เย่อวี๋หรานเหงื่อตก เรื่องนี้นางมอบหมายให้จูอู่ไปจัดการแล้วนี่นา ทำไมถึงวกกลับมาหานางเช่นนี้เล่า?
คงไม่ใช่ว่าพี่เป้ารู้สึกว่าเขาอายุน้อยเกินไปหรอกนะ…
ดูเหมือนจะคิดอะไรไปมากมาย แต่ก็เป็นเพียงสิ่งที่แวบเข้ามาในความคิดของเย่อวี๋หรานเพียงชั่วพริบตาเท่านั้น
“เมียเจ้าสี่ เจ้านั่งเป็นเพื่อนซานเม่ยกับซื่อเม่ยตรงนี้ ข้ากับเสี่ยวเจี่ยงจะเข้าไปคุยกันข้างใน”
แล้วบอกให้จูปาเม่ยไปแจ้งจูซื่อและจูอู่ บอกให้พวกเขาสองคนกลับมาที่นี่
“เจ้าค่ะ”
จูปาเม่ยขานรับ ไม่กล้าพูดอะไรมากกว่านั้น และรีบออกไปทันที
แม้นางจะไม่รู้เรื่องราวโดยละเอียด แต่อีกฝ่ายเพิ่งเข้ามาได้ก็ถามว่าอาหญิงรองยังมีชีวิตอยู่ใช่ไหม ย่อมต้องไม่ใช่เรื่องเล็ก
“พี่สี่ พี่ห้า พวกท่านรีบกลับเรือนเร็วเข้า ท่านแม่มีธุระกับพวกท่านเจ้าค่ะ!”
จูปาเม่ยไม่โง่ ไม่ได้ร้องออกมากลางทุ่งว่าเป็นเรื่องอะไร เพียงบอกว่ามารดามีธุระ
พอพูดเช่นนี้ก็ไม่มีอะไรแปลก บ้านไหนทำงานอยู่กลางทุ่งนาแล้วไม่เคยเกิดเหตุการณ์ที่ผู้ใหญ่ในเรือนเรียกพบบ้าง?
คนที่อยู่ข้าง ๆ ยังเยาะเย้ยจูต้าและจูเอ้อร์ “พวกเจ้าจะอนาถเกินไปแล้วกระมัง? ทำไมพอแม่เจ้ามีธุระก็เรียกหาน้องสี่ น้องห้าของพวกเจ้า แต่กลับไม่เรียกหาพวกเจ้า?”
จูต้าและจูเอ้อร์ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไ