ขา
เมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้ เจี่ยงโหย่วเซิงเป็นต้องขัดเขินทุกคราไป “ท่านป้า เรื่องนี้…เรื่องนี้ข้าต้องถามจูต้าเหนียง”
“ฮ่าฮ่าฮ่า…เรื่องใหญ่ชั่วชีวิตของเจ้า เหตุใดต้องถามจูต้าเหนียงด้วยเล่า?” ท่านป้าผู้นั้นหัวเราะ
เจี่ยงโหย่วเซิงกล่าวว่า “เพราะจูต้าเหนียงเปลี่ยนแปลงชีวิตของข้า ก็เปรียบได้กับบิดามารดาที่มาเกิดใหม่ของข้า เรื่องมงคลของข้าก็ต้องให้จูต้าเหนียงช่วยพิจารณาอยู่แล้ว แหะ ๆๆ…ถึงตอนนั้น จูต้าเหนียงยังต้องช่วยจัดงานมงคลให้ข้าด้วยนะขอรับ”
ทุกคนยิ้มออกมาด้วยความปรารถนาดี
ถ้าไม่ได้เปิดแผงขายอาหารนี้ คงไม่มีใครคาดคิดว่าวันหนึ่งเพื่อนบ้านเหล่านี้จะมาพูดจาปราศรัยกับพวกเขาเช่นนี้
ทั้งยังอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียวอีกต่างหาก
เมื่อมีคนถามเจี่ยงโหย่วเซิง เขาจึงยิ้มแล้วตอบว่า “แหะแหะ! เห็นว่าเส้นมันเทศใกล้จะหมดแล้ว ก็เลยคิดว่าจะไปขนจากเรือนจูต้าเหนียงมาเพิ่มขอรับ”
เมื่อลูกค้ามองไปบนแผงร้านก็เห็นว่าเส้นมันเทศพร่องลงไปมากแล้วจริง ๆ
“งั้นเจ้าก็รีบไปเถอะ รีบไปรีบกลับนะ”
“ขอรับ ท่านปู่หลิว ท่านค่อย ๆ กินนะขอรับ ข้าไปก่อนล่ะ”
……
บริเวณกำแพงห่างออกไปไม่ไกล มีขอทานน้อยกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่ เมื่อเห็นเจี่ยงโหย่วเซิงจากไปก็มีขอทานน้อยคนหนึ่งหายไปจากตรงนั้นด้วยเช่นกัน
เด็กหนุ่มที่กำลังทำงานอยู่ตรงแผงร้านสายตาสว่างวาบ รีบบอกต่อคนข้างกาย
คนผู้นั้นพยักหน้า จากนั้นก็มีคนไปส่งข่าวต่อพี่เป้า
เจี่ยงโหย่วเซิงนั่งเ