ักจะตอบด้วยเสียงแผ่วเบา
“ไปซื้อข้าวค่ะ”
เฉินชางพยักหน้า “อ้อ หัวหน้าฉินบอกว่าพรุ่งนี้หนูจะออกจากโรงพยาบาลแล้ว หมอเลยมาเยี่ยม”
เมื่อโต้วซินได้ยินว่าเฉินชางมาเยี่ยมตนก็รู้สึกเบิกบานใจจริงๆ
เฉินชางพูดต่อไปว่า “มา เงยหน้า ให้หมอดูหน้าหน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง”
โต้วซินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นด้วยท่าทางไม่สบายใจนัก
ในตอนนี้เฉินชางจึงค่อยเห็นอย่างชัดเจน การฟื้นตัวไม่เลวเลย หลังจากเย็บแผลแล้วก็ไม่เหลือรอยแผลเป็นอีก การเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างชัดเจนอย่างเดียวก็คือบริเวณรอยตัดของผิวหนังที่นำมาปลูกถ่ายซึ่งเฉินชางใช้วิธีการเย็บแบบพิเศษซ่อมแซมไปอย่างประณีต แม้จะยังมีรอยหลงเหลืออยู่แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบกับความงดงามแม้แต่น้อย กลับเป็นรอยที่ค่อนข้างพิเศษด้วยซ้ำ
โต้วซินชอบรอยนี้มาก มันเป็นของขวัญที่พี่เฉินชางมอบให้เธอ!
“อืม! ไม่เลวจริงๆ” เฉินชางจ้องมองใบหน้าที่เปราะบางนั้นอย่างพึงพอใจ ผิวที่ปลูกถ่ายไม่เปลี่ยนสี ฟื้นตัวได้ดีมาก
เฉินชางดีใจจริงๆ ไม่ใช่แค่เพราะการผ่าตัดของตนประสบความสำเร็จเท่านั้น แต่เขายังหวังดีกับเด็กหญิงคนนี้จากใจจริง
โต้วซินคิดอยู่นาน เธอมีความลับที่อยากบอกเฉินชางแต่ไม่กล้าบอก แต่หากไม่พูดออกไป คงโศกเศร้าจนยากจะรับไหว เธอกลัวว่าต่อจากนี้จะไม่มีโอกาสได้พูดอีก
ในที่สุดโต้วซินก็รวบรวมความกล้า เงยหน้าขึ้นมองเฉินชาง ดวงตากลมโตทั้งสองจับจ้องไปที่เขาแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “พี่เฉินชาง หนูชอบคุณค