จึงรู้สึกจนใจอยู่บ้าง หยางชุนฮว๋าเห็นดังนั้นก็รีบยิ้มขอโทษ เธอมองเฉินชางแล้วพูดว่า “หมอเฉินคะ มีข้อควรระวังอะไรเดี๋ยวฉันจะจดไว้เองค่ะ”
ระหว่างพูดก็หยิบสมุดเล็กๆ เล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋าข้างตัว
เฉินชางพยักหน้า “หลังจากนี้ต้องไปทำทรีทเม้นท์ลบรอยแผลเป็นนะครับ มีข้อควรระวังอยู่มาก ก็คืออย่าไปแตะมั่วๆ เด็ดขาด…ทางที่ดีให้ไปหาหมอความงามเฉพาะทาง ไปหาผู้อำนวยการหยางก็ได้ครับ จะได้ดูเรื่องการฟื้นตัวต่อจากนี้…”
เฉินชางพูดประโยคหนึ่ง หยางชุนฮว๋าก็จดลงไปประโยคหนึ่ง ส่วนชายหนุ่มที่เป็นเจ้าของแผลกลับไม่มีท่าทางสนใจแม้แต่น้อย คล้ายกับว่าผู้ที่ได้รับบาดเจ็บไม่ใช่ตัวเอง
หยางชุนฮว๋าซาบซึ้งใจกับความช่วยเหลือของเฉินชางเป็นอย่างยิ่ง “รบกวนคุณแล้วจริงๆ ค่ะหมอเฉิน!”
ตอนนี้เอง ชายหนุ่มคนนั้นเห็นแม่ของตนรู้สึกซาบซึ้งใจเพียงนี้ก็อดพูดไม่ได้ว่า “นี่เป็นงานของเขา มีอะไรน่าขอบคุณกัน ไม่ได้ทำให้เขาได้เงินน้อยลงสักหน่อย”
เมื่อเขากล่าวเช่นนี้ออกมา เฉินชางก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปโดยพลัน!
คุณมีท่าทีย่ำแย่ยังพอเข้าใจได้ แต่คำพูดนี้ของคุณจะไม่รู้จักกาลเทศะเกินไปหรือเปล่า
ทำคุณบูชาโทษจริงๆ
เฉินชางส่ายหน้า
คนแบบนี้ต่อไปขออย่าได้พบกันอีกเลย ไม่งั้นจะให้เงินเท่าไหร่ก็ไม่อยากรักษาหรอก
ต่อให้คุกเข่าบนพื้นเพื่อขอร้องก็ยังคร้านจะสนใจ
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เฉินชางก็ลุกขึ้นยืนแล้วเตรียมจะเดินจากไป
ส่วนหยางชุนฮว๋า เมื่อได้ยินคำพูดนี้ก็รู