เป้าใจกระตุก นึกว่าใครสักคนในสกุลจูไปเล่นพนันแล้วนำกิจการพวกตนไปเดิมพันเสียแล้ว
เขานึกถึงลูกชายสกุลจูและจูเหล่าโถว แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าใครที่ไม่รู้ดีชั่วถึงเพียงนี้
แต่คนที่จูอู่กล่าวถึงกลับเป็นญาติที่ไม่รู้ดีชั่วคนหนึ่ง
“จะว่าไปแล้ว อาหญิงรองถูกปลดกลับมาปุบปับ พวกข้ายังคิดว่าเป็นเรื่องอะไร คิดไม่ถึงว่าจะสืบพบว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเฉียนซิน ลูกพี่ลูกน้องของพวกข้า…”
จูอู่เล่าเรื่องของเฉียนซินออกมาคร่าว ๆ
“ถ้าไม่มีคนมาเตือนพวกข้าว่าก่อนที่อาหญิงรองจะถูกปลดโดยไร้สาเหตุ เฉียนซินเคยติดต่อกับคนที่บ่อนพนัน พวกข้าก็คงไม่คิดมาทางนี้”
จูอู่เล่าแล้วก็ถอนหายใจอีกครั้ง แสร้งกล่าวอย่างอับจนปัญญา “คราวก่อนก็เป็นแบบนี้ คราวนี้ก็เอาอีกแล้ว สกุลจูคงถูกลิขิตให้ไม่มีวันได้ลืมตาอ้าปากใช่ไหมนะ จึงต้องเจอแต่เรื่องแบบนี้…”
“คราวก่อน? คราวก่อนคือเรื่องอะไรรึ?” พี่เป้าประหลาดใจ พวกเขาขายก๋วยเตี๋ยวเส้นมันเทศและเนื้อตุ๋นพะโล้ ตั้งแต่เปิดร้านก็มีคนมาอุดหนุนเนืองแน่น
พี่เป้าไม่ประหลาดใจที่มีคนหมายตากิจการของพวกเขา แต่จูอู่พูดว่าคราวก่อน นั่นคือเรื่องอะไรกันเล่า?
จูอู่จนปัญญา ได้แต่เล่าเรื่องที่ครอบครัวเคยค้าขายร่วมกับร้านขายชาดออกมา ทั้งยังย้ำว่า “พี่เป้า เพราะพวกเราสนิทกันหรอกนะข้าถึงบอกท่าน เรื่องนี้ท่านอย่าพูดออกไปเชียว ไม่อย่างนั้นอาจมีปัญหาใหญ่ตามมา”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ข้าคิดอยู่แล้วว่าทำไมสกุลอวี๋อยู่