ายชายหนึ่งรอบ ไม่ต้องสงสัยเลย เรื่องแบบนี้พบเห็นได้มาก!
แต่เมื่อเห็นทั้งสองอิงแอบแนบชิดกันก็รู้สึกว่าอายุไม่ใช่ปัญหา เทียบกันแล้วยังอายุน้อยกว่าฟู่อวี้ฟางและเสี้ยวเถียนฮวามาก…หากวันนั้นตนไม่คิดดิ้นรนแล้วล่ะก็…
เฉินชางหัวเราะหึๆๆ แล้วรีบส่ายหน้า สลัดความคิดน่ากลัวออกไปจากหัว
ฉางลี่น่ามีสีหน้าแปลกใจ กล่าวอย่างทอดถอนใจว่า “ใช่แล้ว! ความรักไม่แบ่งอายุ ข้ามผ่านสถานที่ ข้ามผ่านกาลเวลา…”
ทั้งสองยืนอยู่ตรงประตูหลายนาที เมื่อไม่เห็นทั้งคู่ออกมาจึงตัดสินใจเข้าไปเร่ง เรื่องแบบนี้กลับไปเคลียร์กันที่บ้านตนเองจะดีกว่า โรงพยาบาลไม่ใช่สถานที่แสดงความรัก ไม่รู้หรือว่าที่โรงพยาบาลเป็นถิ่นของคนโสด
เฉินชางผลักประตูแล้วเดินเข้าไปพบว่าทั้งสองยังกอดกันร้องไห้อยู่เช่นเดิม
ฝ่ายหญิงสูดหายใจลึกๆ “ที่รัก ทำยังไงดีคะ”
“ถ้าพวกเราถูกเจอตัว…ต่อไปจะทำยังไงดี”
ประโยคนี้ทำให้เฉินชางเกิดจินตนาการนับไม่ถ้วน…
หมายความว่าอย่างไร?
ฉางลี่น่าเบิกตากว้าง จิตวิญญาณแห่งการซุบซิบถูกปลุกให้ตื่นแล้ว!
ฝ่ายชายส่ายหน้า เขาทอดถอนใจด้วยความรู้สึกปลงตก “เด็กน้อย ฉัน…ฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง!”
เฉินชางไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมฝ่ายชายถึงเรียกอีกฝ่ายว่า ‘เด็กน้อย’ หากอยู่ต่อหน้าผู้หญิงที่อายุมากกว่าคุณเกือบหนึ่งรอบ คำว่าเด็กน้อยถือว่าเกินไปจริงๆ
ผู้หญิงคนนั้นร้องไห้จนเครื่องสำอางเปื้อนหน้า ดูท่าทางจะสะเทือนใจมากจริงๆ ทว่าจู่ๆ เฉินชางก็เกิดรู้สึก