ไม่เลวเลยนะ บรรยากาศการทำงานดีมาก ฉันว่านายน่าจะลองพยายามดูสักตั้ง ถ้าหากได้เข้ามาทำงานที่นี่ก็นับว่าไม่เลวเลยจริงๆ”
เมื่อหลัวโจวได้ฟังคำพูดที่ฟังดูเอาจริงเอาจังของเฉินชาง เขาก็ค่อนข้างตะลึง “โอ้โห…ชางเอ๋อร์ นายทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลอันดับสองจริงๆ หรือเนี่ย”
พี่จ้าวแผนกทรัพยากรบุคคลที่นั่งอยู่ข้างๆ หัวเราะ “เรื่องปลอมที่ไหนกันคะ เสี่ยวเฉินเป็นหมอแผนกฉุกเฉินค่ะ ถ้าคุณสอบผ่านแล้ว ต่อไปพวกคุณก็กลายเป็นเพื่อนร่วมแผนกกันแล้ว”
คำพูดหนึ่งประโยคที่ทำให้หลัวโจวกับต่งจยาถึงกับตกตะลึง
“ฉันรู้ว่าเดิมทีนายทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลอันดับสอง แต่…ตอนนี้นายสอบติดปริญญาโทแล้วไม่ใช่หรือไง ฉันคิดว่านายลาออกแล้ว…” หลัวโจวกล่าว
พี่จ้าวหัวเราะ “เสี่ยวเฉินเป็นบุคลากรในสังกัด จะยอมลาออกเพื่อไปเรียรต่อปริญญาโทได้ไงกัน จะว่าไปแล้ว เรียนต่อปริญญาโทในครั้งนี้ก็เป็นทางโรงพยาบาลที่ส่งเสี่ยวเฉินไปเรียนต่อเพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ขั้นสูงซึ่งอยู่ในขอบเขตของงานที่ทำ”
เรื่องเฉินชางเรียนต่อปริญญาโท ทางโรงพยาบาลประกาศให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าเป็นการเรียนต่อระดับปริญญาโทระหว่างที่ทำงานไปด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นการเรียนปริญญาโทแบบเต็มเวลา
และด้วยเหตุผลเช่นนี้ ทางโรงพยาบาลจึงอธิบายเรื่องนี้ได้ง่าย ส่วนแผนกทรัพยากรบุคคลก็แจ้งเรื่องนี้กับฝ่ายอื่นได้ง่าย มิเช่นนั้นก็จะค่อนข้างยุ่งยาก
“บุคลากรในสังกัด?” หลัวโจวสบตาต่งจยา ค่อ