นข้างรู้สึกเหลือเชื่อ เฉินชางกลายเป็นบุคลากรในสังกัดของโรงพยาบาลอันดับสองตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เขาวุฒิปริญญาตรีไม่ใช่หรือ
แต่เจ้าหน้าที่แผนกทรัพยากรบุคคลจะโกหกได้หรือไง
จู่ๆ หลัวโจวก็พบว่าตนไม่ค่อยรู้จักเฉินชางสักเท่าไหร่
เรียนจบมาสามปี หลัวโจวคิดว่าเฉินชางทำงานระยะหนึ่งแล้วก็ลาออกมาเรียนต่อปริญญาโท ไม่คิดว่าเฉินชางจะกลายเป็นบุคลากรในสังกัดไปแล้ว ตอนนี้ทางโรงพยาบาลให้มาเรียนต่อระดับปริญญาโทเพื่อเพิ่มพูนความรู้ขั้นสูง บ่งบอกชัดเจนว่าในอนาคตข้างหน้าต้องได้เลื่อนตำแหน่งอย่างแน่นอน!
ทันใดนั้นหลัวโจวก็อดทอดถอนใจกับรู้สึกอิจฉา (แง่บวก) ในใจไม่ได้!
เฉินชางเป็นอย่างไรเขารู้ดีมาก สมัยเรียนปริญญาตรี ยื่นสมัครทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา เกิดในครอบครัวที่อยู่ในชนบท สมัยเรียนเฉินชางขยันหมั่นเพียรมากเป็นพิเศษ
เฉินชางใช้วุฒิปริญญาตรีต่อสู้บากบากบั่นจนประสบความสำเร็จในเมืองอันหยางได้
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หลัวโจวก็รู้สึกค่อนข้างเลื่อมใสอย่างคาดไม่ถึง!
พี่จ้าวเจ้าหน้าที่แผนกทรัพยากรบุคคลกล่าวว่า “พ่อหนุ่ม เตรียมตัวให้ดีเถอะ การสอบคัดเลือกครั้งนี้ยุติธรรมมาก”
เฉินชางไม่ได้พูดอะไรมาก ถึงอย่างไรเสียตนก็แค่มาดูเฉยๆ ไม่ได้มีอำนาจในการตัดสินใจ อย่าคิดว่าการที่ตนทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลอันดับสองแล้วตนจะมีอำนาจมากขนาดนั้น ว่ากันถึงที่สุดแล้ว ตนก็เป็นแค่หนึ่งในหนึ่งพันสี่ร้อยคนของบุคลากรในสังกัดก็เท่านั้นเอง!
แต่เฉินชา