งยังคงมีกำลังใจมอบให้เพื่อนเสมอ เขากล่าวให้กำลังใจว่า “หลัวโจว ตอนนี้แผนกฉุกเฉินพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมบุคลากรมาก ครั้งนี้นับว่าเป็นโอกาส นายเตรียมตัวให้ดีๆ ถ้านายสอบผ่านเข้ามาทำงานที่โรงพยาบาลอันดับสองได้จริงๆ ก็จัดว่าเป็นตำแหน่งที่ไม่เลวเลย รายได้ก็ดีมากด้วย ที่สำคัญคือบรรยากาศภายในแผนกค่อนข้างดีเลย”
เมื่อหลัวโจวได้ฟังเช่นนั้น เขาก็พยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม และกล่าวขอบคุณเฉินชาง “อืม ขอบใจนะ ชางเอ๋อร์ ฉันจะกลับไปเตรียมตัวให้ดีๆ จะพยายามเป็นเพื่อนร่วมแผนกเดียวกันกับนายให้ได้”
หลังจากที่หลัวโจวกับต่งจยาเดินจากไปแล้ว ความรู้ที่สึกที่เกิดขึ้นกับทั้งสองเรียกได้ว่าหลากหลายความรู้สึกผสมปนเป
ใครจะไปคาดคิดว่าจะเจอสถานการณ์เช่นนี้
หลังจากที่ออกมาจากโรงยิมแล้ว นัยน์ตาของต่งจยาก็เบิกโตขึ้น อดกล่าวไม่ได้ว่า “หลัวโจว เย็นนี้เรานัดเฉินชางกินข้าวมั้ย ถึงยังไงเฉินชางก็เป็นหมอแผนกฉุกเฉิน ตอนนี้มาตั้งโต๊ะรับสมัครงานด้วย ถ้าหากว่าคุยกันได้ล่ะ…”
…จะว่าไปแล้วพวกเราต้องสืบจากเฉินชางสักหน่อย ถ้าหากว่าได้ข้อมูลอะไรที่เรารู้ก่อนล่วงหน้าได้ก็ผลดีกับตัวนาย!”
หลัวโจวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ส่ายหน้า “ช่างเถอะน่า ทำแบบนี้จะทำให้เฉินชางลำบากใจหรือเปล่า…เฉินชางมีชีวิตเป็นยังไงมาก่อน ทุกคนรู้ดี กว่าจะมีวันนี้ได้ต้องต่อสู้ด้วยตัวเองล้วนๆ ไม่ใช่หรือ แต่ตอนนี้พวกเรากลับมาสร้างความยุ่งยากใ