บหน้าซีดขาว สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดผวา สายตาดูล่อกแล่ก ค่อนข้างกระสับกระส่าย
หญิงชราน่าจะอายุราวเจ็ดแปดสิบปีแล้ว นั่งอยู่ตรงนั้นด้วยอาการกระสับกระส่ายร้อนรน เส้นผมเปียกชุ่ม
เฉินชางอดบอกเล่อเล่อไม่ได้ว่า “ไปเอาผ้าห่มมาให้เธอ อย่าปล่อยให้เธอหนาวจนเป็นหวัด”
เล่อเล่อพยักหน้าแล้วรีบวิ่งไปเอาผ้าห่ม
เฉินชางเดินตรงเข้าไปหาหญิงชรา “คุณยายครับ คุณยายไม่สบายตรงไหนครับ”
เฉินชางยังไม่ทันพูดออกไป หญิงชราก็กรีดร้องออกมาแล้วรีบวิ่งหนีไป ราวกับเจอกับอะไรที่ทำให้ตกใจกลัว หญิงชราวิ่งไปที่มุมสุดของเคาน์เตอร์พยาบาล นั่งคุดคู้เอาหน้าซุกหน้าขาทั้งสองข้างไว้ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา!
เธอร้องห่มร้องไห้พลางขอให้ยกโทษราวกับกำลังร้องขอความเมตตา “ฉันขอร้องล่ะ ปล่อยฉันไป ฉันไม่รู้จริงๆ!…”
“…ฉันขอร้องล่ะ ปล่อยฉันไป…ฉันไม่ได้ทำให้คุณตาย…”
ขณะที่พูดอยู่นั้น หญิงชราก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา ตามด้วยร้องไห้โฮเสียงดัง
เฉินชางตกตะลึงจนตาค้าง นี่มันเรื่องอะไรกัน
หรือว่าจะมีอาการทางจิต?
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เฉินชางก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้
และในเวลานี้เอง มีชายหญิงคู่หนึ่งวิ่งฝ่าฝนเข้ามาในโรงพยาบาล “แม่ แม่ แม่อยู่ไหน”
เมื่อเฉินชางเห็นสถานก