ด้
ถึงอย่างไรเสียพล็อตเรื่องแบบนี้มักจะปรากฏให้เห็นในนิยายกับละครโทรทัศน์
เฉียนหลินนึกภาพต่อในหัวด้วยการมโนอย่างอัตโนมัติ เป็นฉากที่เกิ่งเหยียนปั่นหัวเฉินชางให้รักแล้วก็เฉดหัวทิ้ง
เมื่อมโนภาพมาถึงตรงนี้ เฉียนหลินก็ถอนหายใจออกมา
ที่แท้ความจริงยิ่งกว่าในนิยาย!
…
เฉินชางยืนอยู่ในห้องน้ำ เขาค่อนข้างรู้สึกอยากไปจากตรงนี้
เขาคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะเจอเกิ่งเหยียนที่นี่ได้
แล้วก็…ผู้ชายคนนั้นที่เธอจูงมาเป็นใคร
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เฉินชางก็ส่ายหน้า
เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้ปล่อยให้มันผ่านไป ว้าวุ่นอยู่แบบนี้จะมีประโยชน์อะไรขึ้นมา
จะว่าไปแล้วความสัมพันธ์ระหว่างตนกับเกิ่งเหยียนก็จบไปตั้งนานแล้ว
ไม่ใช่ว่าเขาตัดใจไม่ลง แต่เขาค่อนข้างรู้สึกไม่สมัครใจ
ระยะเวลาสามปีมากพอที่จะทำให้ปล่อยวางอะไรได้เยอะแล้ว
สิ่งที่เฉินชางปล่อยวางคือเกิ่งเหยียน แต่ภายใจ…กลับรู้สึกโกรธจนไม่อาจกล้ำกลืนฝืนทนอีกต่อไป
โตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ไม่มีความยุติธรรมมากขนาดนั้น ยิ่งไม่ต้องถามถึงเรื่องความเป็นธรรมที่น่าหัวเราะเข้าไปใหญ่
กล่าวแบบไม่น่าฟังก็คือ เฉินชางจะไม่สนใจเกิ่งเหยียนเลยสักนิดก็ได้ หรือถึงขั้นที่มองเกิ่งเหยียนเป็นคนไม่รู้จักเลยก็ได้ แต่ท