า? ทำไม…ทำไมมาอยู่ที่มหาวิทยาลัยได้ล่ะ”
ต่งจยาหัวเราะ “พิธีเปิดภาคเรียนของนักศึกษาปริญญาโทปีนี้ อาจารย์กวนให้ฉันมาช่วยงาน เหล่าหลัวปีนี้เรียนจบแล้วอยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ ฉันก็เลยลากเหล่าหลัวมาด้วย…”
“…อ้อ จริงด้วย นายยังไม่รู้ใช่มั้ยว่าตอนนี้อาจารย์กวนเป็นหัวหน้าสำนักงานบัณฑิตศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยการแพทย์แห่งมณฑลตงหยางแล้ว สุดยอดมั้ยล่ะ…”
“…ว่าแต่เฉินชาง นายมาทำอะไรที่มหาวิทยาลัยล่ะ”
ทั้งสามคนเคยเรียนห้องเดียวกันสมัยปริญญาตรี ความสัมพันธ์จัดว่าดีใช้ได้ เมื่อเจอเฉินชางก็ย่อมรู้สึกสนิทสนมคุ้นเคยเป็นธรรมดา
เฉินชางหัวเราะ “ฉันไม่ได้สะกดรอยตามพวกเธอ ฉันมาเรียนปริญญาโทไงล่ะ อีกหน่อยต้องเรียกพวกเธอว่ารุ่นพี่หลัวกับรุ่นพี่ต่งแล้ว!”
หลัวโจวถลึงตาโต “หมายความว่ายังไง”
เฉินชางยื่นบัตรนักศึกษาที่เพิ่งได้มาในวันนี้ให้หลัวโจวดู “ดูๆ ฉันเป็นนักศึกษาใหม่รุ่นปี 2019 นักศึกษาใหม่ ขาวๆ เอ๊าะๆ”
หลัวโจวกับต่งจยาถึงกับหัวเราะออกมา
ทว่าหลัวโจวกลับอดสงสัยไม่ได้ “ไม่ถูกต้อง ชางเอ๋อร์ อิงจากระดับของนายแล้ว จะสอบเรียนต่อปริญญาโทก็ต้องใช้เวลาสามปี แบบนี้จะไม่มีปัญหาเรื่องเงื่อนไขใช่มั้ย!”
เฉินชางหัวเราะ “ฉันทำงานมาสองปีแล้ว ตอนนี้ได้รับโอกาสที่ดีพอดี ก็เลยเลยได้มาเรียนต่อปริญญาโท”
ต่งจยาถอนหายใจออกมา “ใครว่าประสบการณ์การทำงานไม่สำคัญล่ะ เดี๋ยวนี้หางานยากจะตายไป โรงพยาบาลในเมืองเอกของมณฑลพวกนั้นไม่รับวุฒิปริญญาโ