ทแล้ว ถึงจะมีบางตำแหน่งที่รับวุฒิปริญญาโท แต่สุดท้ายก็เพื่อที่จะล็อกไว้ให้ลูกศิษย์ของตนเองกันทั้งนั้น…”
“…นักศึกปริญญาโทที่เพิ่งจบในปีนี้ ป่านนี้ยังไม่ได้ข่าวรับสมัครงานจากหน่วยงานของมณฑลเลย ทุกคนต่างก็ยังต้องรอประกาศจากทางมหาวิทยาลัย หลายคนที่เรียนจบแล้วไม่มีทีไป โรงพยาบาลดีๆ ก็ไม่รับเข้าทำงาน โรงพยาบาลไม่มีชื่อก็ไม่อยากไปทำอีก”
เฉินชางมองต่งจยาที่คีบเนื้อชิ้นโตจากจานตนไปใส่ในจานหลัวโจวด้วยท่าทางที่ดูสนิทสนมมาก เขาเลยอดถามไม่ได้ว่า
“หลัวโจว ต่งจยา พวกเธอสองคนคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่”
หลัวโจวหัวเราะ ส่วนต่งจยากลอกตามองบนพร้อมกล่าวว่า “ปีแรกฉันสอบเข้าโรงพยาบาลในเครือมหาวิทยาลัยซีอันเจียวทงไม่ติด ก็เลยทบทวนดูแล้วว่าจะกลับมาเรียนต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเรา หลัวโจวคอยดูแลฉันตลอด เป็นธุระให้ฉันทุกอย่าง ช่วยฉันหาหาอาจารย์ที่ปรึกษา หลังจากที่ฉันสอบเข้าเรียนต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเราได้แล้ว ฉันกับหลัวโจวก็เป็นแฟนกันแล้ว”
หลัวโจวก็ไม่ได้ว่าอะไรที่ต่งจยาเล่าเรื่องนี้ เขาหัวเราะออกมา “เวลาผ่านไปไวมากจริงๆ ระยะเวลาสามปี แค่พริบตาเดียวก็ผ่านไปแล้ว ปีนี้ฉันเรียนจบปริญญาโทแล้ว”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ จู่ๆ หลัวโจวก็ทำท่าทางลึกลับพร้อมกล่าวขึ้นว่า “ชางเอ๋อร์ งานประชุมใหญ่นักศึกษาใหม่ปีนี้คักคักแน่ โดยเฉพาะเย็นนี้”
เฉินชางชะงัก “หมายความว่าไง”
หลัวโจว “ปีนี้ตรงกับวันฉลองครบรอบหกสิบปีวันสถาปนามหาวิทยาลั