ย ทางมหาวิทยาลัยเราเชิญศิษย์เก่าดีเด่นหลายคนรวมทั้งศิษย์เก่าที่ช่วงระยะสองปีมานี้มีผลงานยอดเยี่ยมมาร่วมงานประชุมด้วย งานประชุมในช่วงเย็นจะต้องมีคนจำนวนหนึ่งที่ต้องขึ้นเวทีกล่าวสุนทรพจน์แน่”
เฉินชางส่งเสียง ‘อ๋อ’ แสดงการรับรู้ออกมา
สิ่งเหล่านี้ทบจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย
“หลัวโจว นายเรียนปริญญาโทสาขาอะไร” เฉินชางถาม
หลัวโจวหัวเราะ เขาตอบคำถามพร้อมบ่นไปด้วย “เรียนสาขาศัลยแพทย์ทั่วไป แต่ปีนี้มีเปิดรับสมัครงานด้านศัลยแพทย์ทั่วไปน้อยมากเหลือเกิน แล้วคนที่จบสาขาศัลยแพทย์ทั่วไปรุ่นเดียวกับฉันมีเกือบยี่สิบสามสิบคน คนมากตำแหน่งงานน้อยไม่พอแบ่งสรร ไม่ใช่สิฉันต้องพูดว่าหมาป่ามีหลายตัวแต่เนื้อมีน้อยชิ้นไม่พอแบ่งสรร แต่ละคนมองหางานกันตาปริบๆ”
เฉินชางพยักหน้าเหมือนว่ากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง “อ๋อ…งั้นนายมีแผนกที่เหมาะกับนายหรือยัง อาจารย์ที่ปรึกษานายได้ขอโควตาให้นายมั้ย”
ต่งจยาหัวเราะคิกคักออกมา “คนซื่อบื้ออย่างเขา อาจารย์ที่ปรึกษาปลื้มที่ไหนกัน”
หลัวโจวหัวเราะกระอักกระอ่วน เขากล่าวว่า “ไม่ใช่อย่างนั้น อาจารย์ที่ปรึกษาฉันไม่ได้เป็นหัวหน้าแผนก ก็เลยไม่ได้มีอำนาจในมือมากขนาดนั้น คนที่มีอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นหัวหน้าแผนกก็ใช่ว่าจะได้โควตาเสมอไป จะว่าไปแล้ว สังคมยุคนี้มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ บ้างล่ะ…”
“…ปีที่แล้วมีรุ่นพี่คนหนึ่งที่ฝึกอบรบอยู่ที่โรงพยาบาลเดียวกัน หลังจากที่เรียนจบแล้วอยากจะทำงานที่โรงพย