เจ้าไม่ได้มาเจรจาการค้า แต่มาทวงหนี้มากกว่ากระมัง?
แม้นางตั้งใจว่าจะโอบรับทุกหมู่บ้านในเชิงเขาไท่ตังอยู่แล้ว แต่แม่หลิวมาทำเช่นนี้ นางก็อดจะโมโหขึ้นมาไม่ได้ รู้สึกไม่ค่อยอยากทำเสียแล้ว
สีหน้าเย่อวี๋หรานเย็นชาอย่างห้ามไม่อยู่ ท่าทีต่อแม่หลิวก็เปลี่ยนเป็นขอไปที
พูดจาไม่กี่ประโยคแล้วก็ส่งคนออกไป
“อืม เรื่องนี้ให้เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสของสองหมู่บ้านคุยกันเถอะ ข้าไม่แทรกแซง”
ท่าทีต่างจากตอนเจรจากับแม่หลี่ราวฟ้ากับเหว
แม่หลิวไม่ได้สังเกต แต่หลิวซื่อไม่โง่ แค่เปรียบเทียบกันเล็กน้อยนางก็ตระหนักได้แล้ว
น่าเสียดายที่นางทำได้แค่ยืนร้อนใจอยู่ตรงนั้น แต่ไม่อาจพูดแทรกขึ้นมา
นางอาศัยช่วงที่แม่หลิวไปเข้าห้องน้ำ ค่อยตามหลังมารดาออกมาแล้วพูดว่า “ท่านแม่ ท่านไปพูดแบบนั้นกับแม่สามีของข้าได้อย่างไรเจ้าคะ? ท่านรู้ไหมว่าท่านไปล่วงเกินแม่สามีแล้ว”
“ข้าไปพูดอะไรกับนาง? ข้าอยากถามเจ้ามากกว่าว่าเจ้ามาพูดกับข้าแบบนี้ได้อย่างไร? ข้าเป็นแม่เจ้านะ…” แม้แม่หลิวจะเก็บคำของลูกสาวมาคิด แต่ถูกคนเป็นลูกสาวมาพูดด้วยเช่นนี้ก็อดจะโมโหไม่ได้
นางเป็นแม่นะ มีลูกสาวที่ไหนพูดกับแม่ตัวเองแบบนี้บ้าง?
แต่ล่วงเกินคนอื่นก็ทำไปแล้ว แม่หลิวก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
“เป็นแบบนี้ไปแล้ว ข้ายังจะทำอย่างไรได้อีก? เจ้าคงไม่ได้จะให้ข้าไปขอโทษแม่สามีของเจ้าหรอกกระมัง?” แม่หลิวพูด “นั่นจะได้อย่างไร? ข้าก็รักหน้าตาเหมือนกันนะ เข้าใจไหม?”
หลิวซื่อจ้