องอีกฝ่าย “ถ้าอย่างนั้นท่านก็กลับไปพูดกับท่านพ่อเองเถอะ”
สุดท้ายแม่หลิวก็ไม่มีโอกาสได้กล่าวคำขออภัยต่อเย่อวี๋หราน เพราะข้างกายเย่อวี๋หรานมีคนอยู่ด้วยตลอด นางหาโอกาสอยู่ด้วยกันตามลำพังไม่ได้
จวบจนถึงตอนที่ต้องกลับไป จิตใจแม่หลิวก็ยังคงกระสับกระส่าย หาความสงบไม่ได้
แต่นางก็จนปัญญา ได้แต่กัดฟันปิดบังเรื่องนี้เอาไว้ “ไอ้หยา พูดอะไรน่ะ นางจะไม่รับคำข้าได้อย่างไร?”
“เรียบร้อยแล้ว ถึงตอนนั้นให้เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสของหมู่บ้านพวกเราไปคุยกับเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสของทางนั้นก็ได้แล้ว”
“คราวก่อนตอนแจกจ่ายกล้ามันเทศก็ทำแบบนี้ไม่ใช่หรือ? นี่ก็คือกฎ!”
……
ถึงจะมีส่วนที่โกหก แต่ก็เป็นการใช้ต่างวิธีเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เดียวกัน ผลที่ออกมาก็ยังเป็นที่น่าพอใจ
ส่วนแม่หลิ่วไม่ได้มีเรื่องมากมายเช่นนั้น นางก็เหมือนกับหลิ่วซื่อ ไม่พูดไม่จาเหมือนกัน
ตอนมาพบเย่อวี๋หรานไม่กล้าพูดมากแม้แต่คำเดียว เพียงถ่ายทอดคำพูดของเจ้าหน้าที่ ผู้อาวุโส และสามีของตนต่ออีกฝ่าย
เย่อวี๋หรานไม่ได้ถือสา หลังจากผ่านแม่หลิวจอมสร้างเรื่องมาแล้ว เมื่อมาเจอแม่หลิ่ว ท่าทีของนางจึงดีขึ้นมาก
แต่เรื่องเดียวที่ทำให้เย่อวี๋หรานไม่พอใจคงเป็นความสองภาคของแม่หลิ่ว ตอนอยู่ต่อหน้านางยังเป็น ‘คนดี’ แต่เมื่อหันไปหาหลิ่วซื่อ…
ชี้หน้าต่อว่าหลิ่วซื่อลับหลังคนสกุลจู นี่ยังเป็นมารดาคนอยู่ไหม?
เย่อวี๋หรานไปได้ยินเข้าโดยบังเอิญก็รู้สึกปวดกบาล
บ้านเดิมของล