รานยิ้ม “ไม่รู้สิ แต่ผลผลิตเท่านี้เกรงว่าคงยังไม่พอใช้ ถึงตอนนั้นคงต้องรบกวนให้เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสช่วยรวบรวมจากในหมู่บ้านให้ข้าด้วย”
“ยังต้องหาเพิ่มอีก?” เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสย่อมทราบเรื่องอยู่ก่อนแล้ว แต่ยังคงทำเป็นไม่รู้ เจ้าหน้าที่ถามอย่างประหลาดใจว่า “ครอบครัวเจ้ามีมันเทศเยอะแบบนั้นยังไม่พอกินอีกรึ?”
“จูต้าเหนียง เจ้าอย่าล้อเล่นนะ ถ้าของเจ้าไม่พอกิน คนอื่น ๆ ในหมู่บ้านก็คงไม่พอกินยิ่งกว่าน่ะสิ” ผู้อาวุโสผสมโรงอยู่ข้าง ๆ
“ฮ่า ๆๆ…” เย่อวี๋หรานหัวเราะ “เรื่องพอกินนั้นแน่นอนอยู่แล้ว แต่ว่าใกล้จะถึงช่วงข้ามปี ข้าจึงอยากพาทุกคนหาเงินฉลองปีใหม่กันสักหน่อยอย่างไรเล่า”
นางกล่าวพลางมองไปยังผู้คนรอบด้าน
นางถามขึ้นมาเสียงดัง “ทุกคนคงรู้ว่าครอบครัวข้าขายอาหารกระมัง?”
“รู้สิ พวกข้าย่อมรู้อยู่แล้ว”
“ทำไมหรือ จูต้าเหนียง เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับมันเทศของพวกข้า?”
……
ผู้คนในบริเวณนั้นมีสีหน้าสงสัย
พาพวกเขาหาเงิน พวกเขาย่อมยินดีอยู่แล้ว แต่…
แผงขายอาหารของจูต้าเหนียงสามารถรองรับมันเทศในหมู่บ้านได้มากมายขนาดนั้นเลยหรือ?
“เรื่องเป็นเช่นนี้ ครอบครัวพวกข้าค้นพบกรรมวิธีหนึ่ง นำมันเทศไปหั่นเป็นแผ่น ๆ ตากให้แห้งแล้วบดเป็นผง สามารถนำมาทำอาหารได้” เย่อวี๋หรานไม่กลัวสักนิดว่าจะมีคนเลียนแบบ นางกล่าวออกมาอย่างเปิดเผย “แล้วอาหารชนิดนี้ก็จะถูกส่งไปที่ตำบลเพื่อนำไปขายให้ภัตตาคาร พวกท่านว่าต้องใช้ปริมาณมากหร