ึกขอบคุณหรือไม่ไม่สำคัญ สำคัญคือไม่ละอายต่อใจตนเอง”
พี่เป้า : …คำว่า ‘ไม่ละอายต่อใจตนเอง’ ของท่านไม่ใช่แค่โหดธรรมดาเลยนะ!
“พี่เป้า ข้าขอใช้น้ำชาต่างสุราขอบคุณท่าน!” เย่อวี๋หรานยกจอกน้ำชาคารวะพี่เป้า
พี่เป้าชูจอกชาขึ้นสูงอย่างเปิดเผย แล้วกล่าวว่า “จูต้าเหนียง ถึงตอนนี้แล้ว ท่านยังจะมาเกรงใจข้าอีก? คนกันเองทั้งนั้น ไม่ต้องเกรงใจ ตอนนี้พวกเราเป็นพวกเดียวกันแล้ว”
ก่อนหน้านี้เป็นเพียงความสัมพันธ์เชิงค้าขาย แต่ตอนนี้นับว่าเขาได้กุมจุดอ่อนของจูต้าเหนียงเอาไว้ในมือแล้ว
พี่เป้าทั้งหวาดกลัวอีกฝ่ายและรู้สึกใกล้ชิดกับอีกฝ่ายยิ่งกว่าเดิมในเวลาเดียวกัน
มือของใครล้วนไม่สะอาด ก็ไม่ต้องมานั่งรังเกียจกันแล้ว
เย่อวี๋หรานยิ้มจาง ๆ “ตกลง ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะไม่พูดจาเกรงใจอีกแล้ว เรื่องนี้รบกวนท่านแล้ว”
สำหรับหมู่บ้านสกุลจูหรือสำหรับหมู่บ้านที่เจียงหยวนซือมาพักแรม การหายตัวไปของเจียงหยวนซือไม่นับเป็นเรื่องใหญ่แต่อย่างใด อย่างมากก็เพียงกลายเป็นหัวข้อสนทนายามว่างของชาวบ้านเท่านั้น
เหตุผลเรียบง่ายยิ่งนัก เพราะคนแรกที่ค้นพบว่าเขาหายตัวไปไม่ใช่เพื่อนบ้านเรือนเคียง แต่เป็นสาวใช้และแม่เฒ่าที่เขาซื้อตัวมา
ข้อความลึกลับแผ่นหนึ่งบอกว่าเจียงหยวนซือหายตัวไปแล้ว หลังจากนั้นเขาก็ไม่กลับมาหลายวันติดต่อกัน ทำให้ทั้งสองคนจิตใจไม่สงบ
สุดท้าย พวกนางหาสัญญาขายตัวของตนเองพบจากในเรือน ก็ตัดสินใจ ‘โกหก’ คนในหมู่บ้านแล้วจากไปใน