เหว่ยก็ตบโต๊ะชี้หน้าด่าซ่งเฉียงไปอีกยกใหญ่!
ซ่งเฉียงหุบปากไปทันที เขาสูดหายใจลึก เรื่องนี้เขาประมาทเกินไปจริงๆ จะว่าไปแล้วเป็นเพราะถูกเฉินชางทำให้โกรธจนขาดสติ อีกทั้งยังถูกหยวนฟางไร้สมองคนนั้นยุแยงด้วย
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ซ่งเฉียงก็โกรธจนทนไม่ไหว! น่าเสียดายที่สายเกินไปแล้ว
ซ่งเฉียงลุกขึ้น มองไปที่หลี่เจี้ยนเหว่ย “หัวหน้าหลี่ เรื่องนี้ผมจะจัดการเองครับ คุณไม่ต้องกังวล”
พูดจบซ่งเฉียงก็ลุกขึ้นยืนกำลังจะเดินออกไป
หลี่เจี้ยนเหว่ยทอดถอนใจ ปกติแม้ซ่งเฉียงจะไม่มีความสามารถ แต่ก็นับว่าเชี่ยวชาญการจัดการเรื่องยุ่งเหยิงพวกนี้ เรื่องก็เกิดไปแล้ว ตำหนิบ่นว่าไปก็ไม่มีความหมายอะไร การแก้ไขปัญหาต่างหากจึงจะสำคัญที่สุด
ขณะที่ซ่งเฉียงกำลังจะเดินออกไป จู่ๆ หลี่เจี้ยนเหว่ยก็เรียกเขาไว้!
“ซ่งเฉียง รอก่อน”
ซ่งเฉียงกลับมา “รองผู้อำนวยการหลี่ มีอะไรจะชี้แนะหรือครับ”
หลี่เจี้ยนเหว่ยกล่าวอย่างเรียบเฉย “คุณรู้หรือเปล่าว่าคืนนั้นเฉินชางออกไปทำอะไร”
ซ่งเฉียงส่ายหน้า
หลี่เจี้ยนเหว่ยจึงบอกไปว่า “คืนนั้นเขาไปผ่าตัดช่วยชีวิตคนไว้คนหนึ่ง ซึ่งก็คือผู้อำนวยการเฒ่าฝางยงหลิน!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ซ่งเฉียงพลันสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
……
……
เมื่อเฉินชางเดินมาถึงประตูห้องแผนกศัลยกรรมทั่วไปก็เคาะประตูเบาๆ
“เข้ามา”
เสียงที่ฟังดูแก่ชราดังขึ้น เฉินชางผลักประตูเดินเข้าไป จากนั้นจึงปิดประตูลง
“อาจารย์ฝาง สวัสดีครับ” เฉินชางเดินไปตรง