ล้ว ไม่ขาดแคลนเงินทองหรอก”
หวังหย่งได้ยินก็รู้สึกไม่พอใจ “ให้ตายเถอะ คนแซ่ซ่งนั่นบอกจะหักก็หักหรือ! อีกอย่างจะไม่ขาดเงินได้ยังไง พวกเราเข้าเวรอย่างยากลำบาก ต้องทำการผ่าตัดไปกี่เคส ต้องทำงานจิปาถะไปเท่าไหร่ ต้องดูแลผู้ป่วยไปเท่าไหร่ บอกจะหักเงินก็หักกันง่ายๆ เลย!”
เฉินปิ่งเซิงเดินเข้ามาด้วยใบหน้าดำคล้ำ “ซ่งเฉียงคนนี้จะเห็นตัวเองเป็นศูนย์กลางเกินไปหรือเปล่า? เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ไปได้ ไม่มีมาดของหัวหน้าแผนกกิจการแพทย์เลยสักนิด เสี่ยวเฉิน คุนไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะไปถามให้คุณเอง!”
พูดจบเฉินปิ่งเซิงก็จะเดินไปที่ฝ่ายกิจการแพทย์โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เฉินชางจึงรีบดึงเอาไว้
“เอาละครับ ไม่มีอะไรหรอก”
เฉินปิ่งเซิงขมวดคิ้ว “จะไม่มีอะไรได้ยังไง เดิมทีกว่าคุณจะได้รับการประเมินเพื่อเลื่อนตำแหน่งก็ยากแล้ว พอมีเรื่องแบบนี้ ต่อไปก็จะกลายเป็นจุดอ่อนให้คนอื่นใช้งาน! คุณอยากเป็นแพทย์ดูแลไข้ไปตลอดชีวิตหรือไง?!”
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ตอนที่หยวนฟางได้ยินคำพูดนี้ก็รู้สึกมีความสุขยิ่งนัก
คุณเก่งมากไม่ใช่หรือ? ก็เชิญทำตัวเก่งต่อไปเลย!
เฉินชางพูดว่า “หัวหน้า วันนี้วันพุธ มีประชุมโรงพยาบาล พวกคนใหญ่คนโตกำลังประชุมกันอยู่ คุณไปตอนนี้ก็ไม่มีใครอยู่หรอกครับ!”
เฉินปิ่งเซิงเงียบไป จากนั้นจึงพูดกับเฉินชางว่า “คุณออกมาหน่อย”
เขาเดินนำเฉินชางไปที่ห้องเวร จากนั้นจึงถามว่า “คุณไปหาเรื่องซ่งเฉียงยังไงกัน