ก็มาแซงคิวแบบนี้เลย? คุณคือหัวหน้าแผนกซ่งใช่ไหมครับ? โรงพยาบาลทำกันแบบนี้หรือ?”
ขณะพูด ชายร่างผอมก็ส่งสายตาให้เฉินชาง เฉินชางเข้าใจได้โดยพลัน รีบดึงโจวข้วงเซิงเข้าไปแล้วปิดประตูรักษา แม้ข้างนอกจะคุกรุ่นดั่งมีคลื่นพายุ ตอนนี้เขาก็ต้องรักษาคนป่วย!
โจวข้วงเซิงมีสีหน้ากังวล ถามอย่างระแวงว่า “หมอเฉิน…ผมสร้างปัญหาให้คุณหรือเปล่าครับ?”
เฉินชางส่ายหน้า “ไม่ครับ ผมจะฉีดยาชาให้คุณก่อนนะครับ”
โจวข้วงเซิงยังคงรู้สึกไม่ดี “หมอเฉิน คุณยังเด็ก คุณไม่เข้าใจ…คนพวกนั้นมีเงินมีอำนาจ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางลับก็หาเรื่องคุณได้ทั้งนั้น วันนี้ผม อา…สร้างปัญหาให้คุณแล้ว”
เฉินชางเห็นโจวข้วงเซิงมีท่าทีรู้สึกผิดจึงเริ่มพูดไปว่า
“คุณโจว คุณอายุพอๆ กับพ่อผม พ่อผมก็เป็นคนชนบทเหมือนกัน คุณว่า ถ้าผมหวาดกลัวคนมีเงินมีอำนาจ กลัวพวกเขาจนยอมทรยศศีลธรรมอันดีงามของตัวเองเพื่อทำเรื่องในวันนี้ ผมคงเป็นคนดีไม่ได้อีกชั่วชีวิต หากคนเรายอมวางศีลธรรมในใจเอาง่ายๆ อยากจะหยิบขึ้นมาใหม่ก็ยากแล้ว!”
“การเป็นคนจะต้องมีหลักการ เป็นหมอก็ต้องมีหลักการ บนบ่าของผมคือความสุขของคนอื่น สิ่งที่ผมแบกก็คือสุขภาพของคนอื่น ถ้าวันนี้ผมไม่มีหลักการ ไม่มีศีลธรรมจรรยาบรรณ พรุ่งนี้ผมก็จะไม่มีหลักการและจรรยาบรรณ หมอแบบนี้ผมไม่เป็นหรอก!”
“กว่าผมจะมาเป็นหมอได้ก็ลำบากมาก ต้องเป็นหมอที่ตรงไปตรงมาและผ่าเผย!”
พูดจบเฉินชางก็รู้สึกคล้ายมีคลื่นอารมณ์บางอย่างในใจ