อทำอะไรไปบ้าง ทุกคนก็รู้กันอยู่
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ในเมื่อเจ้ารู้ว่าต้องทำอย่างไรก็ทำตามแผนการของพวกเจ้าเถอะ แต่ว่า…” เย่อวี๋หรานมองจูอู่พลางเอ่ยเตือน “เจ้าต้องระวังเอาไว้ให้ดี อย่าเล่นละครจนกลายเป็นเรื่องจริงไปเสีย”
“ท่านแม่ เป็นไปไม่ได้หรอกขอรับ เดิมทีก็ไม่มีคนผู้นั้นอยู่แล้ว ผู้หญิงคนนั้นสมมติขึ้นมานะขอรับ” จูอู่หัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้
“เจ้าสมมติขึ้นมา ไม่มีอะไรก็จริง แต่สำหรับหลินซื่อ คนผู้นั้นมีตัวตนอยู่จริง ๆ ต่อให้เรื่องนี้ผ่านไปแล้วก็อาจทิ้งร่องรอยไว้ในใจนาง ทำให้นางฟุ้งซ่านคิดไปสารพัด…”
จูอู่ครุ่นคิดตาม แต่ถึงอย่างไรก็ยังเยาว์วัย มีประสบการณ์ไม่มาก เมื่อต้องวางแผนการบางอย่างจึงอาจเกิดกรณีที่ใคร่ครวญไม่รัดกุมขึ้นได้
เย่อวี๋หรานเพียงอยากสะกิดเตือนอีกฝ่าย ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร ขีดจำกัดบางอย่างก็ไม่ควรไปล่วงล้ำ
“เหมือนกับตอนนี้ที่เจ้ากำลังเล่นละครอยู่ เรื่องบางอย่างไม่เกี่ยวกับว่าเจ้าได้ทำหรือไม่ได้ทำ แต่นางเข้าใจว่าเจ้าได้ทำหรือไม่ต่างหาก”
จูอู่มีท่าทางครุ่นคิด
“หากเจ้าอยากให้บทเรียนนางก็ไม่มีปัญหา แต่จะสั่งสอนอย่างเดียวไม่ได้ ต้องให้พุทราหวานกับนางด้วย ไม่อย่างนั้นถ้านางหมดใจ ครอบครัวก็คงถึงคราวแตกแยก”
ทำอย่างไรได้ เย่อวี๋หรานพบว่าจูอู่ชอบสั่งสอนและขู่ขวัญหลินซื่อยิ่งนัก แต่กลับไม่ค่อยผูกใจหลินซื่อ
แต่เขาทำไม่เป็นเช่นนั้นหรือ?
ชัดเจนว่าไม่ใช่ ตอนที่เขาไปตีสนิทจูกู่