และจูหมี่ก็ทำได้ดียิ่ง
อธิบายได้เพียงว่า เขาคงดูเบาหลินซื่อเกินไป
เย่อวี๋หรานกังวลใจมาตลอดว่าเมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าจะมีสักวันที่หลินซื่อทนไม่ไหว ถึงตอนนั้น…
หลินซื่อขาดความรู้สึกปลอดภัย ไม่ว่าสิ่งใดก็พยายามไขว่คว้าเอาไว้ ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย
“ท่านแม่ ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”
เย่อวี๋หรานไม่รู้ว่าเขาเข้าใจจริง ๆ หรือไม่ แต่เขารับปากแล้ว ขณะที่ข้างนอกก็ยังมีคนรออยู่จึงไม่สะดวกจะพูดมาก ได้แต่ปล่อยไปเช่นนี้
“ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะทำตามแผนของพวกเจ้า” เย่อวี๋หรานกล่าว
“ขอบคุณขอรับ ท่านแม่!” จูอู่ตอบรับ
สองแม่ลูกสนทนากันเสร็จแล้วก็เดินกลับมา
ภายในเรือน หลินซื่อร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหล หลี่ซื่อ หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยคอยปลอบโยนนาง
“ฮือ ๆๆ…ถ้าข้าปรับปรุงตัวเอง เขาจะยังต้องการข้าจริง ๆ ใช่ไหม?”
“ต้องการสิ ทำไมจะไม่ต้องการ? ถ้าเจ้าไม่ทำให้เขาหมดใจไปเสียก่อน เขาก็ยังต้องการเจ้าเหมือนเดิมอยู่แล้ว”
“พี่สะใภ้สี่ ขอบคุณท่าน ท่านช่างดีจริง ๆ!”
“ไม่ต้องขอบคุณ ที่ข้าพูดล้วนเป็นถ้อยคำจากใจ เจ้ากับน้องห้ามีความสุข ข้าเห็นแล้วก็มีความสุขไปด้วย”
……
เย่อวี๋หรานกับจูอู่สบตากัน นี่ยังต้องแสดงต่อไหม?
หลินซื่อเงยหน้าขึ้นมา เมื่อเห็นจูอู่ก็วิ่งเข้ามาสวมกอดเขา
นางเอ่ยว่า “ข้าผิดไปแล้ว ข้าสำนึกผิดแล้วจริง ๆ ต่อไปข้าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว เจ้าอย่าไม่ต้องการข้าเลยนะ ฮือ ๆๆ…”
จูอู่ใจอ่อนยวบ กล่าวเป