ด้เพียงรักษาสัญญาณชีพของผู้ป่วยเท่านั้น
เฉินชางติดตามรถฉุกเฉินไปถึงโรงพยาบาลตงต้า เนื่องจากโทรมาก่อนแล้วอีกฝ่ายจึงเตรียมพร้อมอย่างดี ขณะที่เฉินชางส่งผู้ป่วยลงจากรถ หวังเซี่ยงจวินก็จำเฉินชางได้ทันที
“เสี่ยวเฉิน? ทำไมถึงอยู่บนรถ 120 ได้ล่ะ?”
เฉินชางเล่าเรื่องที่เขาเข้าร่วมการกู้ชีพให้ฟังรอบหนึ่ง แต่ยังปิดบังเรื่องที่ตนเองรับงานนอกเอาไว้ บอกแค่ว่าไปทำธุระที่อำเภอหลัน
หม่าชุนหยางก็พยักหน้า “โชคดีที่มีหมอเฉิน ไม่งั้น…”
หวังเซี่ยงจวินพยักหน้า “ครับ เสี่ยวเฉินรีบไปพักผ่อนเถอะ”
เฉินชางพยักหน้าแล้วเดินจากไป วันนี้เขาเหนื่อยมากจริงๆ
[ติ๊ง! ค่าความรู้สึกดีของหวังเซี่ยงจวิน +5!]
เฉินชางส่ายหน้ายิ้มๆ จากนั้นจึงเดินจากไป ตอนที่ออกไปบนถนน ไม่มีรถจักรยานสาธารณะเหลืออยู่แล้ว หลังจากจักรยานสาธารณะถูกยกเลิกไป เฉินชางก็ไม่ได้ถอนเงินมัดจำอออกมา ก่อนหน้านี้ยังพอเห็นรถได้บ้าง แต่ตอนนี้บนถนนมีอยู่แค่ไม่กี่คันที่ถูกโยนทิ้งไว้ข้างทาง คันอื่นไม่รู้ว่าไปไหนแล้ว
ความก้าวหน้าทางการแพทย์ก็เป็นเช่นนี้ไม่ใช่หรือ?
เรื่องในวันนี้สร้างความรู้สึกสะท้อนใจให้เฉินชางมาก ภายใต้เศรษฐกิจที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด แต่โรงพยาบาลรากหญ้ากลับตกต่ำลง ขาดแคลนบุคคลผู้มีความสามารถ ทรัพยากรในการรักษาพยาบาลก็ไม่เพียงพอ
เฉินชางทอดถอนใจ
ล้วนเดินไปเบื้องหน้าด้วยการคลำทางทั้งนั้น แต่เมื่อเทียบกับตอนแรก พวกเราก้าวหน้าขึ้นมากแล้ว
แต่พวกเรายังต้