กราฟหัวใจก็ดี…ทุกอย่างไม่คิดค่าใช้จ่าย
ตราบใดที่แผนกฉุกเฉินหาเงินมาอุดช่องโหว่นี้ได้ เถียนเซียงหลานก็จะไม่พูดอะไร
โบราณว่าเจ็บป่วยมานานจนกลายเป็นหมอเสียเอง คุณปู่หวังก็เช่นกัน เขาถอดหน้ากากออกซิเจนออก พูดอย่างมั่นใจว่า “หมอเสี่ยวเฉิน…ตรวจวิเคราะห์ก๊าซในหลอดเลือดแดง[2]เถอะครับ วิเคราะห์ก๊าซในเลือดสักหน่อย อย่างอื่นไม่ต้องตรวจแล้ว”
เฉินชางพยักหน้ายิ้มๆ ไม่ได้พูดโน้มน้าวอะไรมาก เพราะเขารู้ว่าคำพูดโน้มน้าวเหล่านี้ไม่มีประโยชน์อะไร
ความจริงชายชราที่ดูภูมิฐานและทะนงตนคนนี้ต้องแบกรับภาระไม่น้อยเลย
เงินที่ได้หลังจากเกษียณซึ่งดูผิวเผินเหมือนจะเยอะ แต่มันไม่พอและไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายสำหรับการดำรงชีวิตของเขา ค่าใช้จ่ายจึงกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่สุดของเขา
เฉินชางหยิบสมุดบันทึกการรักษาขึ้นมาตามขั้นตอน เดินไปข้างๆ คุณปู่หวัง “คุณปู่ครับ อาการของโรคนี้คุณคงรู้ดีแล้ว และผมก็อธิบายความอันตรายของมันให้คุณฟังมาตลอด อย่างเช่นอาการช็อค…หมดสติหรือตาย คุณจะเซ็นชื่อปฏิเสธการตรวจตรงนี้หรือเปล่าครับ?”
คุณปู่หวังยิ้ม รับปากกามาเซ็นชื่อด้วยอาการมือสั่นพลางพูดว่า “ผมเซ็นชื่อมาครึ่งชีวิตแล้ว คิดไม่ถึงว่าแก่แล้วยังหนีไม่พ้นโชคชะตาแบบนี้อีก ฮ่าๆ…”
เพื่อนผู้ป่วยด้วยกันและพยาบาลที่อยู่ข้างๆ อดหัวเราะไม่ได้ เป็นคนแก่ที่มีเอกลักษณ์จริงๆ แล้วยังเป็นคนแก่ที่ทะนงตนมากด้วย
เขาเคยพูดคำเย่อหยิ่งเหล่านั้นกับเฉินชางไม่ใช่แ