เดินออกไปหาผู้หญิงคนนั้น เธอนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนพื้น เขาพูดว่า “นี่…”
คำพูดของเขายังไม่ทันจบเธอก็เงยหน้าขึ้น กล่าวด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง “หนังสือแจ้งภาวะเจ็บป่วยวิกฤตหรือ?”
เฉินชางพยักหน้าเงียบๆ “ครับ!”
เธอใช้มือพยุงกำแพง ยืนขึ้นด้วยร่างกายโอนเอน “…พ่อของฉันยังอยู่ได้อีกนานแค่ไหน?”
เฉินชางตอบไปว่า “เสียชีวิตได้ทุกเมื่อ ยืนหยัดได้ไม่นาน หากให้พูดอย่างละเอียดคงไม่น่าฟัง”
“ถ้าทันเวลา…”
เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง จู่ๆ ก็พบว่าน้ำตาของอีกฝ่ายไหลฟูมฟายออกมาอีกครั้งอย่างไม่อาจหยุดยั้ง
หลังจากเฉินชางคิดอีกทีจึงเก็บกลืนคำพูดกลับลงท้องไป…
เนิ่นนานผ่านไป…
“หมอคะ คุณรอฉันก่อน ฉันจะไปห้องน้ำ!” เธอใช้เสื้อเช็ดน้ำตาจนสะอาด จากนั้นจึงลุกขึ้นเดินไปห้องน้ำ
“ตอนนี้ฉันเสียใจจะตายอยู่แล้ว…ฉันควรฟังคำคุณหมอ ฉันควรไปตรวจ ฉันควรฟังที่หมอพูด…ฉันไม่ควรเอาแต่ใจตัวเอง…”
เธอหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อ ปากก็พึมพำไม่หยุด…
เสียงเบาลงเรื่อยๆ บางทีอาจพูดให้ตัวเองฟัง…
เฉินชางถามด้วยความสงสัย “พวกคุณไม่ได้ไปโรงพยาบาลต้าตงหรือครับ?”
เธอตอบเสียงเรียบ “หลังจากฉันออกไปจากที่นี่ก็ไม่ได้ไปโรงพยาบาลอีก แต่ไปซื้อยาที่ร้านยาใกล้ๆ และถือโอกาสพาพ่อไปให้คลินิกออกยาต้านการติดเชื้อและยาแก้อักเสบให้ด้วย”
“ตอนเย็นพอกลับบ้านไป ฉันคิดว่าเขาดีขึ้นจนหลับไป…ผลกลายเป็นว่า…”
“เป็นฉันที่ทำร้ายเขา…ฉันเป็นฆาตกร…ฉันคิดว่าเขาแค่ปวดท้อง กลัวว่า