อู่รู้สึกไม่พอใจ คิดว่าแม่ของเขายังไม่พูดอะไร แล้วทำไมภรรยาของเขาถึงมาต่อความยาวสาวความยืดเช่นนี้เล่า?
“ข้าล้างเท้าให้เจ้า เจ้ายังไม่มีความสุขอีกหรือ?” หลินซื่อรู้สึกน้อยใจ ไม่รู้ว่าทำผิดพลาดไปตรงไหน
จูอู่รู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้า “เจ้าจะเป็นห่วงก็แล้วไปเถอะ แต่เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นห่วงคนอื่นหรือห่วงตัวเอง? เจ้าว่าตัวเจ้าเองนั้นตั้งแต่พาน้องสาวและหลานสาวเจ้าเข้ามาในสกุลข้า ในใจของเจ้าล้วนนึกเป็นห่วงใครเล่า?”
“ข้า….” หลินซื่ออยากจะเถียง แต่เมื่อเห็นสีหน้าอีกฝ่ายกลับไม่รู้ว่าตัวเองควรจะพูดอะไร
เพราะนางรู้ว่าอีกฝ่ายพูดถูกจริง ๆ
นางมีน้องสาวสองคนและหลานสาวอีกสามคนที่ต้องดูแล แล้วจะไม่ให้นางเป็นห่วงได้หรือ?
“แต่….จะให้ข้าทอดทิ้งพวกนางได้อย่างไร?” หลินซื่อตาแดงก่ำ
“เพราะอย่างนั้นข้าถึงไม่พูดอะไร เจ้าอย่าเพิ่งมาพูดกับข้าตอนนี้ ให้ข้าอยู่คนเดียวสักพักเถอะ ข้าหงุดหงิดมากแล้ว” จูอู่คิดว่าตัวเองควรพอกับเรื่องนั้นแล้ว
หากเป็นสกุลอื่น ภรรยาตัวเองจะเอาเงินในสกุลไปใช้เลี้ยงดูคนของบ้านเดิมคงโกรธจนแยกทางกันไปแล้ว
แต่เขาพูดอะไรหรือ?
แม่เขาพูดอะไรหรือไม่?
ดังนั้นคนก็ไม่ควรจะไม่รู้จักพอสิ
หลินซื่อเห็นอีกฝ่ายหันหน้าหนีไม่มองนางแม้แต่น้อยก็น้ำตาไหลรินออกมาเงียบ ๆ
นางออกมาจากห้อง มองไปห้องข้าง ๆ ที่ยังมีไฟส่องสว่างอยู่รวมทั้งเสียงหัวเราะที่ดังออกมาเป็นระยะก็มีสีหน้าอาฆาต
นี่เป็นความผิดนางหรือ?
ครอบครัวแม่สาม