ูเหล่าโถวโกรธเป็นอย่างมาก อึดอัดในอกจนเลือดแทบกระอักถึงขนาดแทบจะหมดสติไปเสียตรงนั้น
เขานั่งตัวสั่นอยู่ข้างเตียงครู่หนึ่งพลางทุบอกตัวเอง ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะฟื้นตัว
“เด็กสารเลว!”
“ล้วนอกตัญญูกันทุกตัว กตัญญูกันหมด”
“น่าโมโหเสียจริง!”
……
พูดตามตรง จูเหล่าโถวอึดอัดจริง ๆ
หลังจากเรื่องของแม่ม่ายฉินแดงขึ้นมา เย่อวี๋หรานก็จัดการความวุ่นวายอย่างรวดเร็วและที่ผ่านมาก็คอยจับตาดู
พวกผู้น้อยข้างล่างก็ไม่ได้ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด
แต่ถึงพวกเขาไม่ยกขึ้นมาพูดก็ไม่ได้หมายความว่าจูเหล่าโถวจะไม่คิดมาก บางครั้งก็จะเห็นพวกเขาแอบไปคุยเรื่องอะไรลับหลัง เขาสงสัยว่าคนเหล่านั้นกำลังนินทาเรื่องของเขาหรือเปล่า?
เมื่อเขาเดินมา พวกเขาก็จะหยุดพูด
เขากลายเป็น ‘มนุษย์ล่องหน’ ในบ้านไปแล้ว ดังนั้นทุกคนจึงล้วนหลีกเลี่ยงเขา แม้แต่หลานทั้งสองคนก็ถูกหลี่ซื่อหาข้ออ้างเอาตัวไปไม่ให้เขาแตะต้อง
ไม่ใช่เพราะกลัวว่าเขาจะไปสอนเรื่องไม่ดีให้เด็กหรือ?
ความสงสัยในใจนับวันยิ่งหยั่งรากลึกและเติบโตขึ้น
ลมหอบหนึ่งพัดจนตะเกียงบนโต๊ะดับลง
จูเหล่าโถวกลับนั่งอยู่ตรงนั้นไม่ขยับ เพราะในห้องมีเขาอยู่แค่คนเดียว จุดหรือไม่จุดไฟจะต่างกันตรงไหน?
มองไปยังห้องที่เงียบสงัด ในใจของเขาก็ว่างเปล่า ถูกความอ้างว้างเกาะกุมที่หัวใจ
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยรู้สึกเลย แต่ยามนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านถึงอายุไม่ยืน ไม่ใช่เพราะไม่มีอาหารกินแต่เป็น