นั้น ตอนนี้เจ้ายังจะโทษว่าเจ้าของบ้านไม่เก็บสิ่งของเอาไว้ให้ดีอีกหรือ?”
“เอ่อ…” จูปาเม่ยพูดไม่ออก
“ดังนั้น แก่นแท้ของเรื่องนี้ก็คือ ไม่เกี่ยวกับว่าเจ้าของบ้านจะซ่อนสิ่งของไว้ดีหรือไม่ดี เขาไม่ผิด คนที่ผิดคือโจรต่างหาก เรื่องก็แค่มีอยู่ว่า เจ้าไม่ได้ซ่อนสิ่งของเอาไว้ให้ดี ถูกขโมยไปได้ นั่นก็คือโจรกระจอกที่ไม่ได้ร้ายกาจอะไร แต่ถ้าเจ้าซ่อนดีแล้วก็ยังถูกขโมยไปจนได้ นั่นก็คือโจรที่ร้ายกาจมากคนหนึ่งเท่านั้นเอง”
จูปาเม่ย “…”
“กลับมาที่เรื่องของพ่อเจ้า ตอนนี้พ่อเจ้าก็คือโจรผู้นั้น ส่วนข้าเป็นเจ้าของบ้าน เมื่อคิดเช่นนี้ เจ้ายังคิดว่าข้าผิดอยู่ไหม?”
จูปาเม่ย “…”
“ในเมื่อข้าไม่ได้ทำอะไรผิด พ่อเจ้าต่างหากที่เป็นคนทำผิด แล้วข้าจะต้องเศร้าใจไปไย? หรือข้าต้องลงโทษตัวเองเพียงเพราะพ่อเจ้าทำผิด? คนที่สมควรถูกลงโทษคือพ่อเจ้าไม่ใช่หรอกหรือ?” เย่อวี๋หรานมองใบหน้าเล็ก ๆ ของจูปาเม่ยแล้วโยนคำถามกลับไปให้
จูปาเม่ยเบิกตากว้างอีกครั้ง
อะไรนะ?! คิดแบบนี้ก็ได้?!
“ท่านแม่ ท่าน…ไม่เสียใจจริง ๆ หรือเจ้าคะ?” นางรู้สึกว่ายากจะเชื่อ เหมือนจะคิดตก แต่ก็เหมือนยังเลอะ ๆ เลือน ๆ
หากว่ากันตามความคิดของท่านแม่ เรื่องนี้ท่านแม่ไม่ได้ทำอะไรผิด ท่านแม่ย่อมไม่เสียใจ แต่ท่านพ่อเป็นสามีของท่านแม่นี่นา…
เย่อวี๋หรานไม่ได้ใจร้อน นางยิ้มพลางเอ่ยว่า “โจรขโมยสิ่งของ เจ้าของบ้านจับได้แล้วตีสักยกก็จบ หรือเจ้ายังจะไปเสียใจแทนโจรอีก?”
“แ