ข้าจะทำผิดหรือไม่ได้ทำ เขาก็ไม่สมควรทำแบบนั้น หรือก็หมายความว่า เรื่องที่เขานอกใจกับเรื่องที่ข้าได้ทำผิดหรือไม่นั้นเป็นคนละเรื่องกัน เรื่องที่ผิดต่อภรรยาของตัวเองอย่างการนอกใจเกิดจากความชั่วโดยกมลสันดานของผู้ชายคนหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับผู้หญิงเลยสักนิด”
จูปาเม่ยรู้สึกว่าตนเองคล้ายจะเข้าใจความหมายวาจาของมารดา แต่ก็เหมือนจะไม่เข้าใจ
นางเบิกตากว้าง ไม่อยากเชื่อว่าคำพูดแบบนี้จะออกมาจากปากของมารดาตนเอง
เพราะคำพูดนี้ไม่สอดคล้องกับยุคสมัยโดยสิ้นเชิง…
นางอธิบายไม่ได้ว่าเพราะเหตุใด แต่คนอื่นคงไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวนี้เป็นแน่ ความคิดเช่นนี้ของมารดาทำให้นางต้องตะลึงพรึงเพริด
“ข้าจะยกตัวอย่างก็แล้วกัน โจรผู้หนึ่งต้องการขโมยของจึงคอยจับตามองบ้านหลังหนึ่งเอาไว้ เมื่อโจรขโมยของไปได้ เจ้าจะโทษว่าเจ้าของบ้านไม่เก็บรักษาสิ่งของเอาไว้ให้ดี หรือจะโทษว่าโจรผู้นี้ไม่ควรขโมยของกันเล่า?”
จูปาเม่ยลังเล “ทั้งคู่กระมัง…โจรย่อมทำไม่ถูกอยู่แล้ว แต่ถ้าเจ้าของบ้านซ่อนสิ่งของเอาไว้ดี ๆ ก็คงไม่ถูกขโมยไปง่าย ๆ แบบนั้น”
นางยังยกตัวอย่างตัวเองว่าปกติตนเองเก็บเงินไว้อย่างไร เพราะเก็บไว้กับตัวตลอดเวลาจึงไม่เคยถูกขโมย
เย่อวี๋หรานส่ายหน้ายิ้ม ๆ แล้วถามว่า “เจ้าคิดว่าโจรแบบไหนที่ร้ายกาจ? ของที่คนอื่นขโมยไม่ได้ แต่เขากลับขโมยไปได้ แบบนั้นจึงจะเรียกว่าร้ายกาจที่สุดใช่ไหม?”
จูปาเม่ยหาข้อโต้แย้งไม่ได้จึงพยักหน้า “เจ้าค่ะ”
“ถ้าอย่าง