าะปลูก
ยุคนี้มีใครรังเกียจว่าได้เงินเยอะด้วยหรือ?
คิดไม่ถึงว่าพวกลูกชายสกุลจูยังไม่ทันพูดอะไร จูปาเม่ยกลับระเบิดขึ้นมาเสียก่อน “ท่านพ่อ ท่านไม่พูดจะได้ไหม?”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” จูเหล่าโถวตวัดสายตามองมา “ข้ายังพูดไม่ได้อีกเรอะ? ข้าพูดกับพี่ชายเจ้าอยู่นะ เด็กผู้หญิงอย่างเจ้าจะสอดปากขึ้นมาทำไม?”
“ท่านจัดการเรื่องของตัวเองให้ดีก่อนเถอะ ไม่ต้องไปสนเรื่องอื่น เรื่องในบ้านท่านแม่กับพวกพี่ ๆ จะเป็นคนดูแลเอง” สำหรับจูปาเม่ย เรื่องแม่ม่ายฉินนั้นยังไม่จบ แต่เป็นเสมือนหนามแหลมที่ปักอยู่ในใจนาง ไม่ว่าอย่างไรก็ถอนไม่ออกเสียที
“เจ้ากล้าพูดแบบนี้กับข้า?!” จูเหล่าโถวคิดไม่ถึงว่าจูปาเม่ยจะพูดเช่นนี้กับตัวเอง ใบหน้าเขาถึงกับเขียวคล้ำ
เขาลุกขึ้นแล้วปราดเข้ามาหาจูปาเม่ย เค้นถามออกมาว่า “แม่เจ้าเสี้ยมสอนเจ้ามาใช่ไหม?!”
“ต้องให้ท่านแม่สอนด้วยหรือเจ้าคะ? ท่านเป็นคนทำแท้ ๆ แต่ไม่อนุญาตให้คนอื่นพูด?” จูปาเม่ยเองก็ตรงไปตรงมา นางลุกขึ้นตอบโต้กลับไปอย่างโกรธเกรี้ยว “ท่านว่ามาสิ หลังจากท่านทำเรื่องพรรค์นั้นไปแล้ว ท่านเคยขอโทษท่านแม่ ขอโทษพวกข้าไหม? ท่านไม่ได้ทำผิดเลยงั้นเรอะ…”
บรรดาลูกชายกับลูกสะใภ้สกุลจูยังไม่ทันได้เข้าไปห้ามก็ได้ยินเสียง ‘เพียะ’
ฝ่ามือของจูเหล่าโถวฟาดลงบนใบหน้าของจูปาเม่ย
“สามหาว! เจ้ามันเนรคุณแล้ว!” เขาถลึงตามองจูปาเม่ย เดือดดาลจนร่างสั่นระริก
เขาคิดว่าเรื่องนี้ผ่านไปแล้ว ภรรยากับลูกชา