ี๋หรานก็พาจูปาเม่ยแยกตัวออกไป
ตอนจากไป จูปาเม่ยยังถลึงตาใส่จูเหล่าโถวอย่างไม่ยินยอม ดวงตาแดงเรื่อเต็มไปด้วยความอัดอั้นและขุ่นเคือง
ความรู้สึกซับซ้อนที่สั่งสมมาได้สักพักแล้วพลันระเบิดออกมาจนสิ้นในชั่วขณะนั้นเอง
จะอย่างไรก็เป็นเด็กที่ตัวเองเลี้ยงมา หลิ่วซื่อเห็นแล้วอดจะปวดใจไม่ได้
นางยืนอยู่ที่เดิม มองเงาหลังของน้องสามีที่เดินจากไป สองจิตสองใจยิ่งนัก
หลิวซื่อเดินเข้ามาลูบไหล่หลิ่วซื่อเบา ๆ “ไปทำงานเถอะ ถ้าท่านแม่กลับมาเห็นจะว่าเอาได้”
“อืม”
จูซื่อกับจูอู่ที่เดินออกมาจากเรือนแล้วก็รู้สึกแย่เช่นกัน
ท้องฟ้ามืดมิด ภายใต้การขับเน้นของราตรี รอบด้านเงียบสงัดวังเวง
เงาของสองพี่น้องถูกแสงจันทร์บนท้องฟ้าดึงรั้งให้ทอดยาว
“พวกเราละเลยปาเม่ยเกินไปหรือเปล่านะ?” จูซื่ออดจะถามขึ้นมาไม่ได้
ถ้าไม่บังเอิญค้นพบเรื่องเจียงหยวนซือ พวกเขาอาจไม่ได้หันมาสนใจจูปาเม่ยเลยก็ได้
แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ พวกเขากลับไม่มีใครสังเกตเลยว่าเรื่องที่จูเหล่าโถวนอกใจจะส่งผลกระทบต่อจูปาเม่ยมากขนาดนี้ การตอบสนองของจูปาเม่ยทำให้เขารู้สึกกลัวอยู่บ้าง
จูอู่ที่ร่าเริงมาตลอดก็เปลี่ยนเป็นเงียบขรึมเช่นกัน “อืม”
ทั้ง ๆ ที่ได้รับงานมาแล้ว พวกเขาทำตามที่รับปากทุกคนได้แล้ว เห็นอยู่กับตาว่าแผนการของพวกตนกำลังก้าวหน้าไปอีกขั้น จูอู่กับจูซื่อกลับดีใจไม่ลง
“เฮ้อ…ครอบครัวเรามีปาเม่ยเป็นเด็กผู้หญิงคนเดียว คงเหงานั่นแหละ ถ้านางมีพี่สาวด้วยสักคนก็ค