บไม่โกรธ แค่พูดว่าจะไปสืบเรื่องบัณฑิตคนนั้นสักหน่อย” หลี่ซื่อสะกิดแขนจูซื่อแล้วพูดว่า “นี่ เจ้าว่าถ้าท่านแม่รู้ว่าเจ้าหนุ่มนั่นหมายตาจูปาเม่ย ท่านแม่คงไม่โมโหแล้วมาคิดบัญชีกับข้าหรอกใช่ไหม? ข้าบอกเจ้าไว้ก่อนเลยนะว่าเรื่องนี้ข้าไม่รับผิดแทนเจ้าแน่ ข้าเป็นแค่ลูกสะใภ้ ไม่ได้ใกล้ชิดกับท่านแม่เท่าเจ้าที่เป็นลูกชายหรอกนะ”
“วางใจเถอะ ถ้าท่านแม่โมโหเพราะเรื่องนี้ ข้ากับจูอู่จะรับไว้เอง ท่านแม่ได้พูดไว้หรือเปล่าว่าจะไปสืบอย่างไร?” จูซื่อถาม “หลายวันมานี้ ข้ากับน้องห้าไหว้วานคนตั้งมากแต่ก็ยังสืบประวัติเจ้านั่นมาไม่ได้ ลึกลับแท้ ๆ”
หลี่ซื่อส่ายศีรษะ “ท่านแม่ไม่ได้บอก พวกเจ้าไปสืบมาแล้วหรือ สืบได้ความอย่างไรบ้าง?”
“พูดกันว่าเจ้านั่นไม่ค่อยออกไปไหน แม่เฒ่ากับสาวใช้ในเรือนก็เพิ่งซื้อมาใหม่ ไม่ค่อยรู้เรื่องของเขา…” จูซื่อเผยแววแคลงใจ “ได้ยินคนที่อาศัยอยู่ใกล้ ๆ กันบอกว่า เรือนหลังนั้นไม่เคยมีกลิ่นเนื้อลอยออกมา ทั้งยังได้ยินพวกสาวใช้กับแม่เฒ่าพวกนั้นพูดว่าพวกนางได้กินไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
“ได้กินไม่ดีอย่างไร พวกแม่เฒ่าสาวใช้ในบ้านคนมีอันจะกินพวกนั้นก็คงได้กินดีกว่าคนชนบทแบบพวกเราอยู่ดีนั่นแหละ เจ้าจะเดือดร้อนใจทำไม?”
“แปลกก็ตรงนี้เอง พวกแม่เฒ่ากับสาวใช้พวกนั้นบอกว่าตนเองได้กินไม่อิ่ม”
หลี่ซื่อมีสีหน้าแปลกใจ “จะเป็นไปได้อย่างไร? ถ้าบอกว่าไม่ได้กินเนื้อทุกวัน ข้ายังเชื่อลง แต่กินไม่อิ่มเนี่ยนะ ไม่น่าจะ